Category: Running ads

  • ROAS ที่ดีควรเป็นเท่าไหร่ คู่มือวัดผลกำไรจากการยิงแอดฉบับอัปเดต (2026)

    “ยิงแอดไป 10,000 ได้ยอดขายกลับมา 30,000 (ROAS 3.0) แบบนี้ถือว่าเก่งหรือยัง?”

    “ทำไมคู่แข่งบอกว่าได้ ROAS 10 เท่า เขาทำได้จริงหรือแค่ราคาคุย?”

    คำถามที่ว่า “ROAS ที่ดีควรเป็นเท่าไหร่” เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียวตายตัวครับ เพราะค่า ROAS (Return on Ad Spend) ที่ “ดี” สำหรับธุรกิจขายครีม อาจจะเป็นค่าที่ “ขาดทุนยับ” สำหรับธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ได้

    ในปี 2026 ที่ค่าโฆษณา (CPM) พุ่งสูงขึ้นและการแข่งขันดุเดือดกว่าเดิม การยึดติดกับตัวเลข ROAS สูงๆ เพียงอย่างเดียวอาจทำให้คุณหลงทาง บทความนี้ MSKMedia จะพาคุณไปเจาะลึกตัวเลข Benchmark ล่าสุด และวิธีหาค่า ROAS ที่ “ใช่” สำหรับกำไรสุทธิของธุรกิจคุณจริงๆ ครับ

    ROAS คืออะไร? (ทบทวนสูตรสั้นๆ)

    $$\text{ROAS} = \frac{\text{รายได้จากโฆษณา}}{\text{ค่าโฆษณาที่จ่ายไป}}$$

    ตัวอย่าง: จ่ายค่าแอด 10,000 บาท ขายได้ 40,000 บาท เท่ากับ ROAS 4.0 (หรือ 400%)

    ส่องตัวเลข Benchmark: ROAS ที่ดีควรเป็นเท่าไหร่ ในปี 2026?

    อ้างอิงจากข้อมูลสถิติล่าสุดในตลาดไทยและสากล ค่าเฉลี่ยแบ่งตามกลุ่มธุรกิจมีแนวโน้มดังนี้:

    กลุ่มธุรกิจ (Industry)ROAS เฉลี่ย (ทั่วไป)ROAS ที่ถือว่า “ดี”หมายเหตุ
    E-commerce ทั่วไป2.8x – 3.0x4.0x ขึ้นไปต้องหักต้นทุนสินค้าและค่าส่งเยอะ
    แฟชั่น / เสื้อผ้า2.5x – 3.5x5.0x ขึ้นไปกำไรต่อชิ้นมักจะไม่สูง ต้องเน้น Volume
    อสังหาริมทรัพย์ / รถยนต์1.5x – 2.5x3.0x ขึ้นไปวงจรการตัดสินใจนาน แต่ยอดต่อดีลสูงมาก
    คลินิกความงาม / บริการ3.0x – 4.5x6.0x ขึ้นไปกำไรขั้นต้นสูง (Margin) แต่ค่าแอดแข่งกันดุ
    B2B / ซอฟต์แวร์ (SaaS)2.0x – 3.0x4.0x ขึ้นไปเน้นกินยาวจาก LTV (ยอดซื้อซ้ำ)

    3 ปัจจัยกำหนดค่า ROAS: ทำไมแต่ละคนถึง “ดี” ไม่เท่ากัน?

    1. อัตรากำไร (Profit Margin)

    นี่คือตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดครับ ถ้าคุณขายสินค้าที่กำไรน้อย (เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า Margin 10%) คุณอาจต้องการ ROAS ถึง 10.0 ถึงจะเหลือกำไร แต่ถ้าคุณขายคอร์สออนไลน์ (Margin 90%) ได้ ROAS แค่ 1.5 คุณก็กำไรมหาศาลแล้ว

    2. วัตถุประสงค์ของแคมเปญ

    • แคมเปญล่าลูกค้าใหม่ (Prospecting): เน้นให้คนรู้จัก ROAS อาจจะแค่ 1.0 – 2.0 ก็ถือว่าสอบผ่านแล้ว เพราะเป็นการลงทุนระยะยาว
    • แคมเปญตามหลอน (Remarketing): กลุ่มนี้เคยเห็นเราแล้ว ROAS ควรจะพุ่งไปที่ 5.0 – 10.0 ถึงจะคุ้มค่า

    3. แพลตฟอร์มที่ใช้ยิงแอด

    • Google Search: มักได้ ROAS สูง (เฉลี่ย 3.5+) เพราะคนตั้งใจมาซื้อ
    • TikTok / Meta: มักได้ ROAS ต่ำกว่านิดหน่อย (เฉลี่ย 2.0 – 2.5) แต่ได้ปริมาณคนเห็น (Reach) มหาศาล

    สูตรคำนวณ “จุดคุ้มทุน” (Break-even ROAS)

    ก่อนจะถามว่า ROAS เท่าไหร่ถึงดี คุณต้องรู้ก่อนว่า “เท่าไหร่ถึงไม่ขาดทุน” โดยใช้สูตรนี้ครับ:

    $$\text{Break-even ROAS} = \frac{1}{\text{เปอร์เซ็นต์กำไรขั้นต้น (Gross Margin \%)}}$$

    • ตัวอย่าง: สินค้าราคา 100 บาท ต้นทุนทุกอย่าง (ยกเว้นค่าแอด) 25 บาท เท่ากับกำไร 75% (0.75)
    • คำนวณ: $1 \div 0.75 = \mathbf{1.33}$
    • สรุป: ถ้าคุณยิงแอดแล้วได้ ROAS ต่ำกว่า 1.33 คือขาดทุน ถ้าได้ มากกว่า 1.33 คือเริ่มมีกำไร

    รีดกำไรให้สุดทาง ด้วยกลยุทธ์จาก MSKMedia

    การมีตัวเลข ROAS ที่ดีควรเป็นเท่าไหร่ อยู่ในหัวเป็นเรื่องดีครับ แต่หน้าที่ของเอเจนซี่มือโปรคือการทำให้ตัวเลขนั้น “เสถียร” และ “เติบโต” ได้จริงในระยะยาว

    ที่ MSKMedia เราไม่ได้ดูแค่ตัวเลข ROAS หน้า Dashboard โฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่เราเจาะลึกไปถึง MER (Marketing Efficiency Ratio) และ LTV (Lifetime Value) เพื่อให้มั่นใจว่าเงินโฆษณาที่คุณจ่ายไป กำลังสร้างอาณาจักรธุรกิจที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่ยอดขายชั่วคราว เราช่วยคุณปรับปรุงทั้งตัวโฆษณาและหน้าเว็บไซต์ (Conversion Rate) เพื่อดันค่า ROAS ให้ข้ามขีดจำกัดเดิมๆ

    เลิกเดาว่ากำไรหรือขาดทุน มาวางระบบวัดผลที่แม่นยำไปกับเรา:

    ช่องทางการติดต่อข้อมูล
    ชื่อบริษัทบริษัท เอ็ม เอส เค มีเดีย จำกัด
    เว็บไซต์https://www.mskads.com/
    เบอร์โทรศัพท์090-021-1529
    FacebookMSK MEDIA
    Instagram@mskmediaofficial

    คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

    1. ROAS สูง แปลว่าธุรกิจกำไรดีเสมอไปไหม?

    ไม่เสมอไปครับ! บางคนได้ ROAS 10.0 แต่ขายได้แค่วันละ 1 ออเดอร์ ในขณะที่อีกคนได้ ROAS 3.0 แต่ขายได้วันละ 1,000 ออเดอร์ (Scale) คนที่ได้ ROAS ต่ำกว่าอาจจะมีกำไรเป็นกอบเป็นกำมากกว่าในเชิงปริมาณเงินสด (Cash Flow) ครับ

    2. ทำไม ROAS ใน Dashboard ถึงไม่ตรงกับยอดขายจริงหลังบ้าน?

    เกิดได้จากหลายสาเหตุครับ เช่น ระบบ Tracking เพี้ยน (โดนบล็อกคุกกี้), ลูกค้าเห็นแอดแล้วไม่ได้คลิกแต่ไปเสิร์ชซื้อเอง (View-through Conversion), หรือการยกเลิกออเดอร์ภายหลัง แนะนำให้ใช้เครื่องมืออย่าง Google Analytics 4 (GA4) เข้ามาช่วยตรวจสอบอีกแรงครับ

    3. ควรทำอย่างไรถ้า ROAS ต่ำกว่าจุดคุ้มทุน?

    อย่าเพิ่งปิดแอดทันทีครับ! ให้ลองเช็ก 3 จุด: 1) คอนเทนต์หยุดคนดูได้ไหม? 2) หน้าเว็บโหลดช้าหรือสั่งซื้อยากไปหรือเปล่า? 3) กลุ่มเป้าหมายกว้างไปไหม? การปรับปรุงสิ่งเหล่านี้เล็กน้อย (Optimization) อาจช่วยดีด ROAS ให้กลับมาเป็นบวกได้ครับ

    References

    แหล่งข้อมูลอ้างอิง Benchmarks และกลยุทธ์การวัดผลระดับสากล:

  • ยิงแอด 2026 คู่มือฉบับสมบูรณ์ เปลี่ยน “งบโฆษณา” ให้เป็น “ยอดโอน” (อัปเดตล่าสุด)

    ยิงแอด 2026 คู่มือฉบับสมบูรณ์ เปลี่ยน “งบโฆษณา” ให้เป็น “ยอดโอน” (อัปเดตล่าสุด)

    “ทำไมโพสต์ขายของในเพจแล้วไม่มีคนเห็นเลย?”

    “เห็นร้านข้างๆ ยอดออเดอร์ถล่มทลาย เขาแอบ ‘ยิงแอด’ กันยังไงให้ได้กำไร?”

    ผมเข้าใจความสงสัยนี้ดีครับ ในปี 2026 ที่เรากำลังอยู่นี้ โลกของการขายของออนไลน์ไม่ได้สู้กันแค่ที่ “ความขยัน” หรือ “การโพสต์บ่อย” อีกต่อไป เพราะอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียแทบจะปิดกั้นการมองเห็นแบบฟรีๆ (Organic Reach) ไปเกือบหมดแล้ว

    ทางรอดเดียวของธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่แม่ค้าออนไลน์ยันบริษัทมหาชน คือการ “ยิงแอด (Advertising)” หรือการซื้อโฆษณาอย่างมีชั้นเชิง เพื่อส่งสินค้าของคุณไปปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือของลูกค้าในจังหวะที่เขาอยากซื้อพอดี

    บทความนี้ MSKMedia จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า การ ยิงแอด ในปี 2026 มีความลับอะไรซ่อนอยู่ และแต่ละแพลตฟอร์มมีจุดเด่นอย่างไรที่คุณต้องรู้ก่อนควักเงินจ่ายครับ!

    การ “ยิงแอด” ในปี 2026 ต่างจากยุคก่อนอย่างไร?

    หากเป็นเมื่อ 5 ปีก่อน การยิงแอดอาจจะหมายถึงการเลือกกลุ่มเป้าหมาย (Interest) เช่น เลือกคนชอบ “กาแฟ” หรือ “รองเท้า” แต่ในปี 2026 “AI คือแม่ทัพหลัก” ครับ

    • หมดยุคตั้งค่าละเอียด: ระบบโฆษณาสมัยใหม่ (เช่น Advantage+ ของ Meta หรือ PMax ของ Google) ฉลาดพอที่จะหาลูกค้าให้เราเองโดยที่เราไม่ต้องไปจำกัดกลุ่มเป้าหมายให้แคบเกินไป
    • คอนเทนต์คือตัวคัดกรอง: AI จะดูว่าใครหยุดดูคลิปคุณ ใครกดไลก์ แล้วมันจะไปหาคนที่มีพฤติกรรมคล้ายกันมาให้ ยิ่งคลิปดี ค่าแอดจะยิ่งถูก
    • Omnichannel: ลูกค้าเห็นแอดใน TikTok -> ไปค้นหาข้อมูลใน Google -> แล้วกลับมาทักแชทซื้อใน LINE การยิงแอดปีนี้ต้องเชื่อมโยงกันทุกช่องทาง

    ตารางเปรียบเทียบ: ยิงแอด แพลตฟอร์มไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ?

    แพลตฟอร์มเจตนาของลูกค้า (Intent)จุดเด่นในปี 2026เหมาะสำหรับ
    Google Adsสูงมาก (ตั้งใจค้นหาเพื่อซื้อ)AI Overviews ช่วยปิดการขายไวขึ้นบริการฉุกเฉิน, B2B, สินค้าราคาสูง
    Facebook Adsปานกลาง (ไถฟีดไปเจอ)ระบบ Advantage+ หาคนซื้อแม่นยำแฟชั่น, อาหารเสริม, ของใช้ในบ้าน
    TikTok Adsเน้นอารมณ์ (โดนป้ายยาจากคลิป)TikTok Shop ปิดการขายในแอปได้เลยสินค้าตามเทรนด์, ของราคาหลักร้อย
    LINE Adsเน้นความคุ้มค่า (โปรโมชั่น)เชื่อมต่อ LINE OA ตามหลอนลูกค้าเก่ากระตุ้นยอดซื้อซ้ำ, ปิดการขายในแชท

    3 กฎเหล็ก ยิงแอด ให้ได้กำไร ไม่ขาดทุน (สูตร MSKMedia)

    1. 3 วินาทีแรกต้องหยุดโลก: ไม่ว่าคุณจะยิงในแพลตฟอร์มไหน ถ้าเปิดตัวไม่น่าสนใจ ลูกค้าจะปัดทิ้งทันที คอนเทนต์ต้องสั้น กระชับ และแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้จริงๆ
    2. ติดตั้งระบบวัดผล (Tracking): ห้ามยิงแอดถ้ายังไม่ได้ติดตั้ง Pixel หรือ Conversion API เพราะคุณจะไม่รู้เลยว่าเงินที่เสียไป ได้ยอดขายกลับมาจริงๆ กี่บาท
    3. ทำ Retargeting (ตามหลอน): ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ซื้อในการเห็นครั้งแรก คุณต้องยิงโฆษณาซ้ำไปหาคนที่เคยเข้าเว็บหรือเคยทักแชท เพื่อตอกย้ำและปิดการขาย

    ให้ MSKMedia เป็น “มือปืน” ยิงแอดสร้างยอดขายให้คุณ

    การ ยิงแอด ให้ประสบความสำเร็จในปี 2026 ต้องอาศัยทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล (Data) และความคิดสร้างสรรค์ (Creative) หากคุณไม่มีเวลามานั่งดูจอมอนิเตอร์แอดตลอดทั้งวัน หรือเบื่อกับการที่แอดโดนปิด บัญชีโดนแบน

    ที่ MSKMedia (บริษัทตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ เข้าใจอินไซต์คนไทย 100%) เราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยคุณตั้งแต่วางแผนงบประมาณ, ผลิตคลิปวิดีโอหยุดนิ้วคนดู, ไปจนถึงการปรับจูน AI หลังบ้านเพื่อให้คุณได้ผลตอบแทน (ROAS) สูงที่สุด

    หยุดละลายงบโฆษณาทิ้งเปล่าๆ มาปั้นยอดขายจริงไปกับเรา:

    ช่องทางการติดต่อข้อมูล
    ชื่อบริษัทบริษัท เอ็ม เอส เค มีเดีย จำกัด
    เว็บไซต์https://www.mskads.com/
    เบอร์โทรศัพท์090-021-1529
    FacebookMSK MEDIA
    Instagram@mskmediaofficial

    คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

    1. ยิงแอด วันละเท่าไหร่ถึงจะดี?

    ในปี 2026 แนะนำให้เริ่มต้นที่วันละ 300 – 500 บาทต่อวัน ต่อหนึ่งแคมเปญครับ เพื่อให้ AI มีงบประมาณเพียงพอในการนำส่งโฆษณาไปเรียนรู้พฤติกรรมลูกค้า (Learning Phase) หากน้อยกว่านี้อาจเห็นผลช้าครับ

    2. จ้างเอเจนซี่ยิงแอด คุ้มกว่าทำเองไหม?

    หากคุณมียอดขายต่อเดือนเกิน 1 แสนบาทขึ้นไป การจ้างผู้เชี่ยวชาญจะช่วย “ลดค่าแอดที่เสียเปล่า” ได้มากกว่าค่าจ้างครับ เพราะเอเจนซี่จะมีเทคนิคการปรับปรุงคะแนนโฆษณาให้ค่าคลิกถูกลง และมีระบบวัดผลที่แม่นยำกว่าการกดยิงเองผ่านมือถือ

    3. ยิงแอดช่องทางไหนได้ผลดีที่สุดในตอนนี้?

    ขึ้นอยู่กับสินค้าครับ! ถ้าขายของแฟชั่นราคาไม่แพง TikTok คือที่ 1 แต่ถ้าขายสินค้าที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือหรือราคาสูง Google Search ยังคงเป็นแชมป์ในการปิดการขายครับ

    แหล่งข้อมูลอ้างอิงและเทรนด์โฆษณา 2026

    • Think with Google: เจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภคและการใช้ AI ในการโฆษณา https://www.thinkwithgoogle.com/intl/th-th/
    • Meta for Business: อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Facebook และ Instagram Ads https://www.facebook.com/business/news
    • Digital Advertising Bureau (DAAT): สมาคมโฆษณาดิจิทัลประเทศไทย สรุปงบประมาณและเทรนด์โฆษณาในไทย https://www.daat.or.th/