คุณเคยรู้สึกไหมว่าเติมเงิน Google Ads เข้าไปเท่าไหร่ก็หมดไวเหมือนเทน้ำลงทราย? ยอดคลิกมีเข้ามาตลอด แต่พอไปดูจริงๆ กลับเจอคนโทรมาถาม “สมัครงานไหมครับ?”, “มีของฟรีแจกไหม?”, หรือ “ซ่อมของเก่าได้ไหม?” ทั้งที่คุณขายของมือหนึ่ง!
ปัญหานี้เรียกว่า “งบบานปลายเพราะคำขยะ” ครับ ในปี 2025 ที่ค่าโฆษณาสูงขึ้น การจ่ายเงินให้กับคลิกที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Irrelevant Clicks) คือความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุด
ทางแก้ที่ง่ายและทรงพลังที่สุดคือการใช้ Negative Keywords (คีย์เวิร์ดเชิงลบ) หรือคำสั่งห้ามไม่ให้โฆษณาแสดง บทความนี้ MSKMedia จะพาคุณไปดู วิธีทำ Negative Keyword ไม่ให้งบบานปลาย แบบจับมือทำ เพื่อเปลี่ยนงบที่รั่วไหลให้กลายเป็นกำไรเข้ากระเป๋าคุณแทน
ประสบการณ์จริง: รูรั่วเล็กๆ ที่ทำตึกถล่ม
ที่ MSKMedia เราเคยเข้าไป Audit บัญชีลูกค้าเจ้าหนึ่งที่ขาย “ซอฟต์แวร์บัญชี” เขาเสียเงินเดือนละ 30,000 บาทไปกับคำว่า “โหลดฟรี”, “Crack”, และ “แจก Serial Number” โดยไม่รู้ตัว เพียงแค่เราเข้าไปใส่ Negative Keywords เหล่านี้ งบโฆษณาก็ลดลงทันที 40% ในขณะที่ยอดขายเท่าเดิม! นี่คือพลังของการ “ตัดสิ่งที่ไม่ใช่ออกไป”
Negative Keyword คืออะไร? (เข้าใจง่ายๆ)
ถ้า Keyword คือการบอก Google ว่า “ถ้าลูกค้าพิมพ์คำนี้ ให้แสดงโฆษณาฉัน”
Negative Keyword ก็คือการสั่ง Google ว่า “ถ้าลูกค้าพิมพ์คำนี้ ห้ามแสดงโฆษณาฉันเด็ดขาด!”
เปรียบเหมือนคุณเปิดร้านขายสเต็กเนื้อชั้นดี คุณคงไม่อยากให้คนที่กำลังหา “สลัดผักเจ” เดินเข้ามานั่งในร้าน เพราะนอกจากเขาจะไม่กินแล้ว คุณยังเสียโอกาสรับลูกค้าที่อยากกินเนื้อจริงๆ ด้วย
3 ประเภทของ Negative Keyword ที่ต้องใช้ให้เป็น
การแบนคำก็มีระดับความเข้มข้นเหมือนกันครับ เลือกใช้ผิด ชีวิตอาจจะเงียบเกินไปได้
- Negative Broad Match (แบนกว้าง): ใสคำว่า
รองเท้าวิ่ง(ไม่มีสัญลักษณ์)- ผล: ใครพิมพ์คำว่า รองเท้าวิ่ง (ไม่ว่าจะอยู่หน้า อยู่หลัง หรือสลับคำ) โฆษณาจะไม่โชว์เลย
- ระวัง: Google จะไม่แบนคำสะกดผิด หรือพหูพจน์ให้ คุณต้องใส่เพิ่มเอง
- Negative Phrase Match (แบนวลี): ใส่คำว่า
"รองเท้าวิ่ง"(ใส่ฟันหนู)- ผล: ถ้าประโยคค้นหามีคำว่า “รองเท้าวิ่ง” เรียงกันแบบนี้เป๊ะๆ จะไม่โชว์ (เช่น “ซ่อมรองเท้าวิ่ง” จะไม่โชว์) แต่ถ้าพิมพ์ว่า “วิ่งใส่รองเท้า” (สลับที่) ยังโชว์อยู่
- Negative Exact Match (แบนเป๊ะๆ): ใส่คำว่า
[รองเท้าวิ่ง](ใส่วงเล็บเหลี่ยม)- ผล: ต้องพิมพ์คำว่า “รองเท้าวิ่ง” คำเดียวโดดๆ ถึงจะไม่โชว์ ถ้าพิมพ์ “รองเท้าวิ่ง สีแดง” ยังโชว์อยู่ (ไม่ค่อยแนะนำสำหรับการกันคำขยะ เพราะแคบเกินไป)
คำแนะนำจาก MSKMedia: ส่วนใหญ่เราจะใช้ Negative Broad สำหรับคำขยะชัดเจน (เช่น ฟรี, pantip) และใช้ Negative Phrase สำหรับคู่แข่งหรือบริการที่เราไม่ทำ
วิธีหาและทำ Negative Keyword (Step-by-Step)
ขั้นตอนที่ 1: หา “คำขยะ” จากรายงาน Search Terms (สำคัญมาก!)
นี่คือหลักฐานมัดตัวที่ดีที่สุด เพราะมันคือประวัติการค้นหาจริงของลูกค้า
- ไปที่ Google Ads > เลือกแคมเปญ
- เมนูซ้ายมือ เลือก Keywords > Search terms
- ไล่ดูรายการคำค้นหา ดูว่าคำไหน “ไม่ใช่” ธุรกิจเรา
- ติ๊กถูกหน้าคำนั้น > กด Add as negative keyword
- เลือกว่าจะแบนระดับ Ad Group หรือ Campaign (แนะนำ Campaign ถ้ามันแย่จริงๆ)
ขั้นตอนที่ 2: ใช้ Keyword Planner ช่วยคิด
ลองพิมพ์คีย์เวิร์ดของคุณลงไป แล้วดูว่า Google แนะนำคำไหนมาบ้าง ถ้าเจอคำที่ไม่เกี่ยว ให้จดไว้แล้วเอาไปใส่ Negative List ล่วงหน้าเลย
ขั้นตอนที่ 3: สร้าง Negative Keyword Lists (ทำครั้งเดียวใช้ได้ตลอด)
- ไปที่ Tools & Settings > Shared Library > Negative keyword lists
- กด + สร้างลิสต์ใหม่ ตั้งชื่อเช่น “General Junk Words” (คำขยะทั่วไป)
- ใส่คำที่มักจะไม่ซื้อของลงไป (ดูรายการแจกฟรีด้านล่าง)
- กด Apply to campaigns เพื่อใช้ลิสต์นี้กับทุกแคมเปญของคุณ
แจกฟรี! ลิสต์คำต้องห้าม (Copy ไปใช้ได้เลย)
สำหรับธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการมือหนึ่ง นี่คือคำที่คุณควรแบนทันที:
- กลุ่มของฟรี/ราคาถูก: ฟรี, แจก, โหลด, download, crack, hack, มือสอง, หลุดจำนำ, เช่า, ราคาถูก (ถ้าคุณขายของแพง), pantip, รีวิว (ถ้าไม่อยากได้คนแค่หาข้อมูล)
- กลุ่มการศึกษา/งาน: คืออะไร, วิธีทำ, สอน, เรียน, สมัครงาน, หางาน, พาร์ทไทม์, เงินเดือน, บริษัท (ถ้าคนหางานชอบค้น)
- กลุ่มรูปภาพ/สื่อ: รูป, ภาพ, วิดีโอ, เพลง, mp3, vector, logo, icon, png
ข้อควรระวัง: อย่าเผลอแบน “คำทำเงิน”
มีเส้นบางๆ ระหว่างการประหยัดกับการตัดโอกาส
- เช็กให้ชัวร์: ก่อนใส่ Negative Keyword ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามันไม่ไปทับซ้อนกับคีย์เวิร์ดหลักของคุณ เช่น ถ้าคุณขาย “แว่นตา” แล้วไปแบนคำว่า “ตา” (Broad Match) ลูกค้าที่หา “แว่นตา” ก็จะไม่เห็นโฆษณาคุณไปด้วย!
- Conflict Monitor: Google Ads จะมีแจ้งเตือนถ้า Negative Keyword ของคุณไปบล็อกโฆษณาไม่ให้แสดงผล ให้หมั่นเข้าไปดูที่ Tab Notification ครับ
ให้ MSKMedia ช่วย “Clean” บัญชีโฆษณาให้คุณ
การนั่งไล่หา Negative Keyword เป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดและเวลา หากคุณไม่มีเวลามานั่งกรอง Search Terms ทุกอาทิตย์ หรือกลัวเผลอไปลบคำทำเงินทิ้ง ให้ทีมงาน MSKMedia จัดการให้ เรามีบริการ Audit และ Optimize บัญชี ที่จะช่วย “อุดรูรั่ว” ทางการเงินให้คุณทันที
ติดต่อเราเพื่อหยุดเงินรั่วไหล:
| ช่องทางการติดต่อ | ข้อมูล |
| ชื่อบริษัท | บริษัท เอ็ม เอส เค มีเดีย จำกัด |
| เว็บไซต์ | https://www.mskads.com/ |
| เบอร์โทรศัพท์ | 090-021-1529 |
| MSK MEDIA | |
| @mskmediaofficial | |
| ที่อยู่ | 159 หมู่ที่ 15 ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย จ.มหาสารคาม 44150 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ถ้าใส่คำที่ถูกต้อง ไม่ทำให้โฆษณาหยุดวิ่งครับ แต่จะทำให้โฆษณาวิ่งไปหา “คนที่ใช่” มากขึ้น Impression อาจจะลดลง แต่ CTR และ Conversion Rate จะสูงขึ้นแน่นอน
ช่วยทางอ้อมครับ! เมื่อเราตัดคลิกขยะออก อัตราการคลิก (CTR) ของเราจะดีขึ้น ซึ่ง CTR เป็นปัจจัยหลักในการคิด Quality Score ทำให้คะแนนโดยรวมดีขึ้นและค่าคลิกถูกลง
ในช่วง 1-2 เดือนแรกที่รันแคมเปญ แนะนำให้ดู ทุกสัปดาห์ ครับ เพราะจะมีคำแปลกๆ โผล่มาเยอะ หลังจากนั้นเมื่อระบบนิ่งแล้ว ดูเดือนละครั้งก็เพียงพอ
ยังจำเป็นมากครับ! แม้ AI จะเก่ง แต่ AI ไม่รู้บริบททางธุรกิจของคุณเท่าตัวคุณเอง (เช่น AI อาจไม่รู้ว่าคุณไม่ได้รับซ่อม) การใส่ Negative Keyword ช่วยตีกรอบให้ AI ทำงานฉลาดขึ้นและไม่เปลืองงบไปเรียนรู้ในสิ่งที่ผิด
References
เพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Negative Keywords และการบริหารงบประมาณ:
- WordStream – The Complete Guide to Negative Keywords: คู่มือฉบับสมบูรณ์ที่อธิบายเรื่อง Match Types ของคำลบได้ดีที่สุด (ภาษาอังกฤษ) https://www.wordstream.com/negative-keywords
- Search Engine Journal – How to Use Negative Keywords: เทคนิคการใช้และกลยุทธ์การหาคำลบเพื่อเพิ่ม ROI https://www.searchenginejournal.com/google-ads-negative-keywords/
- Google Ads Help – About negative keywords: ข้อมูลทางการจาก Google อธิบายกฎและวิธีการทำงาน https://support.google.com/google-ads/answer/2453972