“ลูกค้าทักมาถามราคา แล้วก็เงียบหายไปเลย…”
“หยิบของใส่ตะกร้าแล้ว แต่ไม่ยอมกดจ่ายเงิน!”
นี่คือความเจ็บปวดคลาสสิกของคนทำธุรกิจออนไลน์ครับ สถิติในปี 2026 ระบุชัดเจนว่า ลูกค้ากว่า 97% ไม่ได้ตัดสินใจซื้อในการเข้าชมเว็บไซต์ครั้งแรก พวกเขาอาจจะแค่เข้ามาดูราคา ขอไปถามแฟนก่อน หรือเงินเดือนยังไม่ออก…
ถ้าคุณปล่อยคน 97% นี้หลุดมือไป เท่ากับคุณเอาค่าโฆษณาไปละลายแม่น้ำทิ้งครับ! ทางแก้เดียวที่จะกู้เงินก้อนนี้คืนมาคือการทำ “Remarketing” หรือ “การยิงแอดซ้ำ” เพื่อส่งโฆษณาไปตามตื๊อ (แบบมีศิลปะ) จนกว่าพวกเขาจะใจอ่อน
บทความนี้ MSKMedia จะมาสอน วิธีทำ Remarketing Google Ads (ยิงแอดซ้ำ) แบบ Step-by-Step เพื่อเปลี่ยนคนที่ “เกือบจะซื้อ” ให้กลับมา “รูดบัตร” ให้คุณได้อย่างงดงาม
ทำไมการ “ยิงแอดซ้ำ” ถึงเป็นแคมเปญที่กำไรดีที่สุด?
การยิงโฆษณาหาคนใหม่ (Cold Audience) เหมือนการจีบคนแปลกหน้าครับ ต้องใช้เวลาและเงินเยอะกว่าเขาจะเชื่อใจ แต่ Remarketing คือการคุยกับคนที่ “รู้จักเราแล้ว” (Warm Audience)
- ค่าคลิก (CPC) ถูกกว่า
- โอกาสปิดการขาย (Conversion Rate) สูงกว่า 2-3 เท่า
- ROAS สูงปรี๊ด เพราะคุณกำลังเอาข้อเสนอพิเศษไปวางตรงหน้าคนที่อยากได้อยู่แล้ว
3 สเต็ปเทพ: วิธีทำ Remarketing Google Ads แบบจับมือทำ
การทำ Remarketing ในปี 2026 ต้องอาศัย First-Party Data เป็นหลัก (เพราะเรื่อง Privacy) นี่คือวิธีตั้งค่าที่ถูกต้องครับ:
ขั้นตอนที่ 1: ติดเรดาร์เก็บข้อมูล (Data Collection)
ก่อนจะตามหลอนใคร เราต้องรู้ก่อนว่าเขาคือใคร
- เชื่อมต่อ GA4: ติดตั้ง Google Analytics 4 ไว้ที่เว็บไซต์ และลิงก์บัญชี GA4 เข้ากับ Google Ads (นี่คือวิธีที่แม่นยำที่สุดในปี 2026)
- เปิด Google Signals: ในตั้งค่า GA4 อย่าลืมเปิด Data Collection / Google Signals เพื่อให้ระบบเก็บข้อมูลข้ามอุปกรณ์ (Cross-device) ได้ เช่น ดูในคอมฯ แล้วไปตามหลอนต่อในมือถือ
ขั้นตอนที่ 2: สร้าง “บัญชีดำ” กลุ่มเป้าหมาย (Audience Builder)
อย่าหว่านยิงทุกคนที่เข้าเว็บ! ให้แบ่งกลุ่มคนตามพฤติกรรม (Segmentation)
- ไปที่เครื่องมือ Audience manager ใน Google Ads (หรือสร้างจาก GA4 แล้ว Import เข้ามา)
- สร้างกลุ่มเป้าหมาย (Segments) เช่น:
- กลุ่ม A (คนทั่วไป): เข้าชมเว็บหน้าแรก (เก็บไว้ 30 วัน)
- กลุ่ม B (คนสนใจมาก): ดูหน้าสินค้า A นานเกิน 2 นาที (เก็บไว้ 14 วัน)
- กลุ่ม C (คนเกือบซื้อ): หยิบของใส่ตะกร้า แต่ไม่ยอมจ่ายเงิน (เก็บไว้ 7 วัน) กลุ่มนี้คือทองคำ!
ขั้นตอนที่ 3: สร้างแคมเปญ & ยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
เมื่อได้กลุ่มเป้าหมายแล้ว ก็มาสร้างแคมเปญ (จะใช้ Display Ads เป็นแบนเนอร์ตามเว็บต่างๆ, YouTube Ads, หรือ Performance Max ก็ได้)
- เคล็ดลับ: ห้ามโชว์โฆษณาตัวเดิมซ้ำ! ถ้าเขาไม่ซื้อโฆษณาตัวแรก การเอาตัวเดิมไปโชว์ก็ไม่ได้ผลครับ
- สิ่งที่ต้องทำ: เสิร์ฟ “โปรโมชั่นกระชากใจ” เช่น แบนเนอร์ที่เขียนว่า “ลืมของไว้ในตะกร้าหรือเปล่า? รับโค้ดลดเพิ่ม 10% ภายใน 24 ชม. นี้เท่านั้น!”
ตารางเปรียบเทียบ: ข้อความแอดหาคนใหม่ vs แอดหาคนเก่า
| สถานะลูกค้า | ข้อความโฆษณาหาคนใหม่ (Prospecting) | ข้อความโฆษณายิงซ้ำ (Remarketing) |
| เป้าหมาย | แนะนำตัว, บอกจุดเด่น, สร้างความน่าเชื่อถือ | กระตุ้นการตัดสินใจ, ให้โปรโมชั่น, เร่งเวลา |
| ตัวอย่างข้อความ | “ที่นอนยางพาราแท้ 100% แก้ปวดหลัง นุ่มสบาย หลับสนิทตลอดคืน” | “ตัดสินใจอยู่ใช่ไหม? พิเศษ! สั่งซื้อวันนี้ แถมฟรีหมอนยางพารา 2 ใบ” |
| Call to Action | ดูรายละเอียด, เรียนรู้เพิ่มเติม | ซื้อเลย (รับส่วนลด), สั่งด่วนของใกล้หมด |
กฎเหล็ก 2 ข้อ: ตามหลอนยังไง ไม่ให้ลูกค้าเกลียด?
การยิงแอดซ้ำเป็นดาบสองคม ถ้าทำมากไปลูกค้าจะรำคาญและบล็อกแบรนด์คุณทันที
- ตั้ง Frequency Capping (จำกัดความถี่): อย่าโชว์แอดเกิน 3-5 ครั้งต่อวัน/คน การเห็นหน้าคุณทุกๆ 5 นาทีตอนอ่านข่าวไม่ได้ทำให้เขาอยากซื้อ แต่ทำให้เขาหลอนครับ
- Exclude Purchasers (คัดคนซื้อแล้วออก): โคตรสำคัญ! ถ้าลูกค้าโอนเงินซื้อไปแล้ว คุณต้องเอารายชื่อเขาไปใส่ในช่อง Exclusions ทันที เพื่อหยุดโชว์โฆษณาตัวเดิม (ไม่งั้นลูกค้าจะโกรธมากที่ซื้อราคาเต็มไปแล้ว เพิ่งมาเห็นแอดลดราคาทีหลัง)
ให้ MSKMedia วางระบบ Remarketing “ดักทุกทาง” ให้คุณ
การตั้งค่า Remarketing ต้องใช้ทักษะทางเทคนิค (Technical Setup) ในการติด Tracking Code ให้ถูกต้อง หากติดผิด คุณอาจกำลังยิงแอดซ้ำหาคนมั่วๆ ที่ไม่เคยเข้าเว็บคุณเลยก็ได้
ที่ MSKMedia เราเชี่ยวชาญการวางระบบ Full-Funnel Marketing เราไม่ได้แค่ยิงแอดหาคนใหม่ แต่เราวาง “ตาข่ายดักปลา” ตามรอยลูกค้าที่หลุดรอดไป ให้กลับมาเป็นกำไรสุทธิของคุณ ด้วยกลยุทธ์ Dynamic Remarketing ที่โชว์รูปสินค้าตรงกับที่ลูกค้าเพิ่งดูเป๊ะๆ
อย่าปล่อยให้ลูกค้าหนีไปซื้อคู่แข่ง ปรึกษาเราเลย:
| ช่องทางการติดต่อ | ข้อมูล |
| ชื่อบริษัท | บริษัท เอ็ม เอส เค มีเดีย จำกัด |
| เว็บไซต์ | https://www.mskads.com/ |
| เบอร์โทรศัพท์ | 090-021-1529 |
| MSK MEDIA | |
| @mskmediaofficial |
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ตามกฎของ Google คุณต้องมีคนอยู่ใน List ขั้นต่ำ 100 คน สำหรับ Display Network และขั้นต่ำ 1,000 คน สำหรับ Google Search ถึงจะเริ่มปล่อยโฆษณายิงซ้ำได้ครับ (ดังนั้นต้องยิงแอดดึงคนเข้าเว็บก่อนช่วงแรก)
ทำไม่ได้โดยตรงครับ เพราะเราไม่สามารถเอา Code ของ Google ไปติดใน Facebook ได้ (เว้นแต่จะใช้ Customer Match คืออัปโหลดเบอร์โทร/อีเมลลูกค้าเก่าเข้าไปใน Google ซึ่งต้องมีฐานข้อมูลที่มากพอ) ทางที่ดีที่สุดคือควรมี Website/Salepage ของตัวเองครับ
แบบปกติ คือทุกคนเห็นแบนเนอร์หน้าตาเหมือนกันหมด แต่ Dynamic Remarketing คือระบบจะดึงรูปสินค้าที่ลูกค้า “เพิ่งดูไปเมื่อกี้” มาโชว์ในแบนเนอร์โดยอัตโนมัติ (นิยมใช้มากใน Shopee, Lazada หรือเว็บที่มีสินค้าเยอะๆ)
ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าครับ (Sales Cycle)
สินค้าราคาถูก (เสื้อผ้า, อาหาร): ตามตื๊อ 3-7 วันก็พอ
สินค้าราคาสูง (รถยนต์, อสังหาฯ, B2B): อาจจะตาม 30 – 90 วัน เพราะลูกค้าต้องใช้เวลาตัดสินใจนาน
References
แหล่งข้อมูลอ้างอิงและเทคนิคการทำ Retargeting ระดับโลก:
- KlientBoost – The Ultimate Guide to Retargeting: บล็อกยอดฮิตที่รวมไอเดียการทำแบนเนอร์และข้อความสำหรับแคมเปญ Remarketing โดยเฉพาะ https://klientboost.com/retargeting/
- Think with Google – Reach your customers: ข้อมูลเชิงลึกจาก Google เกี่ยวกับการสานสัมพันธ์กับลูกค้าผ่าน Data ที่เราเป็นเจ้าของ (First-Party Data) https://www.thinkwithgoogle.com/marketing-strategies/search/customer-match-best-practices/
- CXL – Retargeting Strategy: บทความวิเคราะห์เจาะลึกจิตวิทยาผู้บริโภค ว่าทำไมการโฆษณาซ้ำถึงได้ผล https://cxl.com/blog/retargeting-strategy/