วิธีดู Search Terms Report แผนที่ขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ใน Google Ads (2026)

สารบัญ
วิธีดู Search Terms Report

คุณเคยสงสัยไหมว่า “ลูกค้าพิมพ์อะไรถึงมาเจอโฆษณาเรา?”

หลายคนเข้าใจผิดว่าลูกค้าพิมพ์แค่ “คีย์เวิร์ด” (Keywords) ที่เราตั้งค่าไว้ แต่ความจริงแล้ว… สิ่งที่ลูกค้าพิมพ์จริงๆ (Search Terms) อาจแตกต่างจากสิ่งที่คุณคิดอย่างสิ้นเชิง!

ในปี 2026 ระบบ Broad Match ของ Google ฉลาดขึ้นมาก มันพยายามจับคู่โฆษณาของคุณกับคำค้นหาที่หลากหลาย ซึ่งมีทั้ง “ข้อดี” (เจอลูกค้าใหม่ๆ) และ “ข้อเสีย” (เจอคนที่ไม่ใช่ลูกค้า)

หากคุณไม่เคยตรวจสอบ Search Terms Report เลย เท่ากับว่าคุณกำลังปล่อยให้เงินรั่วไหลไปกับคำค้นหาขยะทุกวัน โดยไม่รู้ตัว

บทความนี้ MSKMedia จะพาคุณไปดู วิธีดู Search Terms Report เพื่อเปลี่ยนงบประมาณที่สูญเปล่า ให้กลายเป็นกำไรเน้นๆ และค้นหา “คีย์เวิร์ดทองคำ” ที่คู่แข่งยังไม่รู้

Search Keywords vs. Search Terms ต่างกันอย่างไร?

  • Search Keywords (สิ่งที่เราตั้ง): คือคำที่คุณ บอก Google ว่าอยากให้โฆษณาโชว์เมื่อมีคนพิมพ์คำนี้ (เช่น “รองเท้าวิ่ง”)
  • Search Terms (สิ่งที่ลูกค้าพิมพ์): คือคำที่ลูกค้า พิมพ์จริงๆ ในช่องค้นหา (เช่น “รองเท้าวิ่งมือสอง ราคาถูก pantip”)

เห็นความแตกต่างไหมครับ? ถ้าคุณขายรองเท้ามือหนึ่งราคาแพง คำว่า “มือสอง” และ “pantip” คือขยะที่คุณต้องรีบกำจัดทิ้ง!

ขั้นตอนการดู Search Terms Report (Step-by-Step)

  1. เข้าสู่ระบบ Google Ads: ไปที่แคมเปญที่คุณต้องการตรวจสอบ
  2. ไปที่เมนู Keywords: เลือกแท็บ Search terms (คำค้นหา)
  3. เลือกช่วงเวลา: แนะนำให้ดูย้อนหลัง 30 วัน หรือ All time เพื่อเห็นภาพรวม
  4. กรองข้อมูล: เรียงลำดับตาม Impressions (ดูว่าคำไหนคนเห็นเยอะสุด) หรือ Cost (ดูว่าคำไหนผลาญเงินเยอะสุด)

3 สิ่งที่คุณต้องทำทันที เมื่อเห็นรายงานนี้

1. กำจัด “คำขยะ” (Negative Keywords)

นี่คือภารกิจกู้ชาติ! คุณจะเจอคำแปลกๆ ที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจคุณเลย

  • ตัวอย่าง: คุณขาย “โปรแกรมบัญชี” แต่เจอคำว่า “โหลดโปรแกรมบัญชี ฟรี“, “แจก Crack“, “เรียนบัญชี ออนไลน์
  • วิธีแก้: ติ๊กถูกหน้าคำพวกนี้ แล้วกด Add as negative keyword ทันที เพื่อบอก Google ว่า “อย่าโชว์โฆษณาฉันเมื่อมีคนพิมพ์คำนี้อีก!”

2. ค้นหา “คำทำเงิน” (Winning Keywords)

บางครั้ง Broad Match ก็ทำงานได้ดีเกินคาด พาคุณไปเจอคำค้นหาที่คุณนึกไม่ถึง แต่ดันขายได้!

  • ตัวอย่าง: คุณตั้งคีย์เวิร์ด “ร้านกาแฟ” แต่เจอคนพิมพ์ว่า “ร้านกาแฟ มีห้องประชุม” แล้วกดโทรจองโต๊ะรัวๆ
  • วิธีแก้: ติ๊กถูกหน้าคำนี้ แล้วกด Add as keyword เพื่อตั้งเป็นคีย์เวิร์ดหลัก และเขียนโฆษณาเฉพาะเจาะจงสำหรับคำนี้ (เช่น “ร้านกาแฟพร้อมห้องประชุม ส่วนตัวสุดๆ”)

3. ปรับปรุง Match Types (ประเภทการทำงานของคีย์เวิร์ด)

ถ้าคุณเจอคำขยะเยอะเกินไป แสดงว่าคีย์เวิร์ดหลักของคุณอาจจะ “กว้าง” (Broad) เกินไป

  • วิธีแก้: เปลี่ยนจาก Broad Match เป็น Phrase Match (“…”) หรือ Exact Match ([…]) เพื่อบีบกรอบให้แคบลงและแม่นยำขึ้น

ตารางตัวอย่าง: การคัดแยก Search Terms

สิ่งที่ลูกค้าพิมพ์ (Search Term)สถานะธุรกิจคุณการตัดสินใจ (Action)
“รับสร้างบ้าน ราคาประหยัด”รับสร้างบ้านหรู (Start 10 ล้าน)Negative: คำว่า “ประหยัด”, “ราคาถูก”
“แบบบ้านโมเดิร์น 3 ชั้น”มีแบบบ้านนี้พอดีAdd Keyword: “แบบบ้านโมเดิร์น 3 ชั้น”
“บริษัทรับสร้างบ้าน pantip”อยากได้ลูกค้าจากพันทิปMonitor: ดูว่าคุ้มค่าคลิกไหม ถ้าไม่คุ้มก็ลบ “pantip”
“สร้างบ้านเอง งบ 5 แสน”ไม่รับงานต่อเติม/งบน้อยNegative: “สร้างบ้านเอง”, “5 แสน”

เทคนิคขั้นสูง: N-Gram Analysis (วิเคราะห์คำร่วม)

ถ้าข้อมูล Search Terms มีเป็นพันๆ บรรทัด การมานั่งดูทีละคำคงตาแตก

ที่ MSKMedia เราใช้เทคนิค N-Gram Analysis เพื่อหา “รากศัพท์” ที่เป็นปัญหา

  • เช่น พบว่าคำว่า “ซ่อม” ปรากฏอยู่ใน Search Terms ที่ไม่ทำเงินถึง 500 ครั้ง (กินเงินไป 5,000 บาท)
  • เราจะใส่คำว่า “ซ่อม” เป็น Negative Keyword คำเดียว ก็สามารถกันคำค้นหาแย่ๆ ได้ทีเดียว 500 รูปแบบ!

ให้ MSKMedia ช่วย “Clean Up” บัญชีโฆษณาให้คุณ

การตรวจสอบ Search Terms Report เป็นงานที่ต้องทำสม่ำเสมอ (อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง) เพื่อไม่ให้งบประมาณรั่วไหล หากคุณไม่มีเวลามานั่งไล่ดูทีละคำ ให้ทีมงาน MSKMedia ช่วยดูแล เรามีระบบและเครื่องมือในการสแกนหา Negative Keywords และคัดกรองคำทำเงินให้คุณอย่างแม่นยำ เพื่อให้ทุกคลิกที่คุณจ่ายไป คือคลิกจากลูกค้าตัวจริง

สนใจบริการดูแลและเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณา:

ช่องทางการติดต่อข้อมูล
ชื่อบริษัทบริษัท เอ็ม เอส เค มีเดีย จำกัด
เว็บไซต์https://www.mskads.com/
เบอร์โทรศัพท์090-021-1529
FacebookMSK MEDIA
Instagram@mskmediaofficial

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. Search Terms บางคำทำไม Google ไม่โชว์? (Other search terms)

Google จะซ่อนคำค้นหาที่มีปริมาณการค้นหาน้อยมากๆ หรือคำที่อาจละเมิดความเป็นส่วนตัว (Privacy) ครับ ทำให้เราเห็นข้อมูลไม่ครบ 100% แต่ส่วนใหญ่จะเห็นคำหลักๆ ที่กินงบประมาณเราครับ

2. ควรดู Report นี้บ่อยแค่ไหน?

ช่วงแรก (1-3 เดือนแรก): ดูทุกสัปดาห์ เพราะระบบกำลังเรียนรู้ จะเจอคำขยะเยอะ
ช่วงหลัง (นิ่งแล้ว): ดูเดือนละ 1-2 ครั้ง ก็เพียงพอครับ

3. Negative Keyword แบบ Broad, Phrase, Exact ต่างกันไหม?

ต่างกันครับ!
Negative Broad: แบนคำนั้นไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน (แนะนำอันนี้สำหรับการกันคำขยะทั่วไป เช่น “ฟรี”)
Negative Phrase: แบนเฉพาะเมื่อมาเป็นวลี (เช่น “รองเท้า วิ่ง มือสอง” ถ้าแบน “วิ่ง มือสอง” จะหายไป แต่ “รองเท้า มือสอง” ยังอยู่)

4. ถ้าเผลอลบคำดีๆ ไป กู้คืนได้ไหม?

ได้ครับ ไปที่เมนู Negative keywords แล้วลบคำนั้นออกจากรายการแบน โฆษณาก็จะกลับมาแสดงผลปกติ

References

แหล่งข้อมูลอ้างอิงและเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ Search Terms:

บทความที่น่าสนใจ