5 ความผิดพลาดที่ทำให้โฆษณา Google ไม่ได้ผล

Category :
Tag :
สารบัญ
google adsไม่ได้ผล

ยิงแอด Google Ads มาหลายแคมเปญ แต่ยอดขายยังนิ่ง? งบโฆษณาหมดเร็ว แต่ไม่มีลูกค้าใหม่สักราย?
คุณอาจไม่ได้ทำผิดทั้งหมด แต่อาจพลาดแค่จุดใดจุดหนึ่งที่มีผลต่อ Conversion อย่างมาก

จากประสบการณ์ดูแลแคมเปญ Google Ads หลายร้อยแคมเปญของ MSK Media เราพบว่า “ความผิดพลาดเล็ก ๆ” เหล่านี้แหละที่ทำให้ธุรกิจเสียเงินค่าโฆษณาไปโดยไม่รู้ตัว

บทความนี้จะช่วยให้คุณเห็น 5 จุดพลาดหลักที่มักเกิดขึ้น พร้อมคำแนะนำที่นำไปใช้ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนประหยัดงบโฆษณาและได้ผลลัพธ์มากกว่าเดิม

1. ไม่ได้กำหนดเป้าหมายชัดเจน

หลายคนเริ่มยิงโฆษณา Google ด้วยความหวังว่าจะ “ได้ยอดขาย”
แต่กลับไม่ได้วางแผนให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่า “ต้องการให้ผู้ชมทำอะไรหลังจากคลิกเข้ามา”

บางคนเลือกยิงแบบหว่าน ๆ ตั้งงบเยอะ ใช้คีย์เวิร์ดทั่วไป หวังว่าคนจะคลิก แล้วค่อยว่ากัน
แต่สุดท้ายยอดขายก็ไม่มา เพราะคุณไม่ได้ “ออกแบบให้โฆษณาพาไปสู่เป้าหมายที่วัดผลได้จริง”

วิธีแก้: เริ่มจากตั้งคำถามนี้ให้ชัดเจนก่อนทุกแคมเปญ

“ฉันต้องการอะไรจากการยิงแอดครั้งนี้?”

เมื่อชัดเจนแล้ว ค่อยเลือก ประเภท Conversion และ โครงสร้างแคมเปญ ให้เหมาะกับเป้าหมาย เช่น:

  • ต้องการให้คนทัก Chat หรือ โทร → ใช้ Conversion แบบ Contact กดคลิกปุ่ม
  • ต้องการเก็บรายชื่อ ตั้ง Conversion เป็น Lead หรือ Submit Form
  • ต้องการให้โทรติดต่อ ตั้งเป็น Call Conversion
  • ต้องการส่งผู้ชมไปหน้าโปรโมชั่น วัดเป็น Page View พร้อมดูพฤติกรรมหลังคลิก

อย่าลืมว่า Search Ads ไม่ใช่แค่ให้คนเห็น แต่ต้อง “ทำให้คนคลิกเข้ามา แล้วเกิดสิ่งที่คุณต้องการ” ดังนั้นการตั้ง Conversion Tracking ตั้งแต่ต้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ

2. ใช้ Keyword กว้างเกินไป

การเลือก Keyword ที่กว้างเกินไปคือกับดักที่ทำให้หลายธุรกิจ “เสียเงินไปกับคลิกที่ไม่มีคุณภาพ”
แม้จะได้ทราฟฟิกเยอะ แต่ถ้าคนที่คลิกไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายจริง ๆ — คุณก็แค่จ่ายเงินให้กับคนที่ไม่คิดจะซื้อ

ลองนึกภาพแบบนี้:
สมมติคุณขาย “ประกันสุขภาพ” แต่คุณเลือกซื้อคีย์เวิร์ดแบบกว้าง ๆ แค่คำว่า “ประกัน”
ผลลัพธ์คือ…โฆษณาของคุณอาจไปโผล่ให้คนที่ค้นหา

  • ประกันรถยนต์
  • ประกันชีวิต
  • หรือแม้แต่ ประกันการเดินทาง

ซึ่งล้วนไม่ใช่สิ่งที่คุณขายเลยแม้แต่นิดเดียว

ผลลัพธ์คือ: คนคลิกเยอะ แต่ไม่มีใครซื้อ เพราะไม่ใช่ลูกค้าที่คุณต้องการ สุดท้ายก็เสียเงินไปฟรี ๆ

วิธีแก้:

  • เน้น Exact Match หรือ Phrase Match เพื่อให้เจอกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการจริง ๆ
  • ใส่ Negative Keywords ป้องกันคลิกจากคำค้นที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น ใส่ -ฟรี, -pantip, -รีวิว
  • ใช้เครื่องมืออย่าง Google Keyword Planner หรือ Ubersuggest เพื่อดูคำค้นที่คุ้มค่า

3. หน้า Landing Page ไม่เหมาะกับการทำโฆษณา

ยิงแอดได้ดีแค่ไหนก็ไม่ช่วยอะไร ถ้าหน้าปลายทางที่คนคลิกเข้าไป “ไม่พร้อมปิดการขาย”

เปรียบเหมือนคุณพาคนเข้าร้านที่ไม่มีพนักงาน ไม่มีสินค้าให้ลอง และไม่มีป้ายราคาบอกอะไรเลย
สุดท้ายคนก็เดินออก… ทั้งที่เสียเงินพาเขาเข้ามาแล้ว

ปัญหาที่เจอบ่อยคือ:

  • หน้าโหลดช้า จนคนกดออกก่อน
  • ไม่มี Call to Action (CTA) ที่ชัดเจน
  • เขียนเนื้อหาแบบกว้าง ๆ ไม่ตอบคำถามของลูกค้า

ทั้งหมดนี้คือจุดที่ทำให้คนไม่ “คลิกต่อ” และไม่ “กลายเป็นลูกค้า”

วิธีแก้ไม่ยาก
เริ่มจากการออกแบบ Landing Page ให้ “ตรงกับสิ่งที่โฆษณาสื่อ” และเน้นให้คนตัดสินใจง่าย เช่น:

  • แยกหน้า Landing เฉพาะแต่ละแคมเปญ ไม่ใช้หน้าเดียวกันหมด
  • ใช้ภาพสินค้าหรือบริการจริง พร้อมแสดงรีวิว หรือผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ
  • ใส่ปุ่ม CTA ให้เด่น และสื่อสารชัดเจน เช่น “จองคิวเลย”, “รับข้อเสนอฟรี”, “ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญ”

ถ้าอยากรู้ว่า Landing Page ที่ดีควรปรับอะไรเพิ่มเติม

4. วิเคราะห์ของโฆษณาไม่เป็น

หลายคนดูแค่ยอดคลิก (CTR) แล้วสรุปว่าแคมเปญ “ไปได้ดี” ทั้งที่ยอดขายจริงกลับไม่ขยับเลยในความเป็นจริงแล้ว “คลิก” เป็นแค่จุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ

สิ่งที่ควรวิเคราะห์คือคุณภาพของคลิกดีแค่ไหน และสุดท้ายกลายเป็นลูกค้าจริงหรือไม่ ถ้ามีคน 1,000 คนคลิกเข้ามา แต่ไม่มีใครซื้อเลย นั่นแปลว่าโฆษณาของคุณกำลังเสียเงินเปล่า

ตัวชี้วัดที่ควรดู:

  • Conversion Rate: คนกี่ % ที่คลิกแล้ว “ทำสิ่งที่คุณต้องการ” เช่น กรอกฟอร์ม หรือซื้อสินค้า
  • Cost per Conversion (CPA): คุณต้องจ่ายเท่าไหร่ต่อ 1 ลูกค้า
  • ROAS: ผลตอบแทนจากการโฆษณา — ลงทุน 1 บาท ได้คืนกี่บาท
  • พฤติกรรมหลังคลิก: คนออกจากเว็บทันทีไหม (Bounce Rate)? อยู่บนหน้านานหรือเปล่า (Time on Site)?

แต่การจะวิเคราะห์สิ่งเหล่านี้ได้ คุณต้องติดตั้งเครื่องมือให้ถูกก่อน

อ่านต่อ: วิธีติดตั้ง Google Ads Conversion Tracking ด้วย GTM แบบง่ายที่สุด  (แนะนำให้ติดตั้งก่อนเริ่มยิงแอดทุกครั้ง เพื่อไม่เสียข้อมูลสำคัญ)

เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
คุณสามารถใช้ GA4 หรือ Looker Studio ในการสร้าง Dashboard สรุปผล เพื่อดูแนวโน้มรายสัปดาห์และวิเคราะห์ได้ทันทีว่าควร “เพิ่ม – ลด – หยุด – ปรับ” จุดไหน

และถ้าคุณอยากรู้ว่า “แต่ละค่า” ควรอ่านยังไงบ้าง? ค่าไหนบอกว่าคุณกำลังขาดทุนอยู่?

แนะนำบทความนี้เลย: Google Ads Metrics ที่คนยิงแอดควรอ่านให้เป็น

5. ไม่มีการปรับหรือทดลองสิ่งใหม่ (No Optimization)

คุณอาจยิงแอดดีตั้งแต่ต้น ใช้ Keyword ถูกต้อง กลุ่มเป้าหมายตรงเป๊ะ…
แต่ถ้าคุณยังใช้ชุดโฆษณาเดิมแบบเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ โดยไม่เคยลองเปลี่ยนอะไรเลย
นั่นคือจุดเริ่มต้นของ “แอดที่ค่อย ๆ ตาย”

Google Ads ไม่ใช่ระบบตั้งแล้วลืม ถ้าคุณอยากให้แคมเปญยังสร้างยอดขายได้ต่อเนื่อง คุณต้อง “ปรับ ทดลอง วัดผล” ตลอดเวลา

วิธีปรับแบบง่าย ๆ ที่ใช้ได้ผลจริง:

  • ทดลองเปรียบเทียบ พาดหัวโฆษณา ว่าแบบไหนคลิกดีกว่า
  • ลองใช้ CTA ที่ต่างกัน เช่น จาก “ซื้อเลย” เปลี่ยนเป็น “ขอใบเสนอราคา”
  • สลับใช้ ภาพนิ่ง / วิดีโอ หรือแบนเนอร์คนละแบบ เพื่อดึงดูดสายตาใหม่ ๆ
  • แบ่งกลุ่มเป้าหมายให้ละเอียดขึ้น แล้ววัดว่า Segment ไหนได้ผลที่สุด
  • ดูว่าแคมเปญไหนมี ROAS ดีที่สุด แล้ว ปรับงบไปให้แคมเปญนั้นมากขึ้น

การยิงโฆษณาไม่ใช่เกมวางระเบิด มันคือการทดสอบอย่างมีแบบแผน
คุณอาจไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่าง แค่กล้าลองสิ่งเล็ก ๆ ทีละจุด แล้วดูว่าผลลัพธ์เปลี่ยนแปลงอย่างไร การปรับเล็ก ๆ แบบนี้ บางครั้งช่วยเพิ่มยอดขายได้แบบไม่ต้องเพิ่มงบเลยด้วยซ้ำ

อย่าปล่อยให้เงินโฆษณาหายไปโดยเปล่าประโยชน์

การยิงโฆษณา Google Ads ให้ได้ผล ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคหรือเครื่องมือเท่านั้น
แต่คือการ “วางกลยุทธ์ให้ถูกตั้งแต่ต้น – สื่อสารให้ตรง – วัดผลให้เป็น – และปรับให้ต่อเนื่อง”

ความผิดพลาดทั้ง 5 ข้อที่คุณได้อ่านไป อาจดูเล็กน้อย
แต่ในโลกของ Performance Marketing สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้แหละ ที่สร้างความแตกต่างระหว่าง “แคมเปญที่เปลืองเงิน” กับ “แคมเปญที่ทำเงิน”

หากคุณกำลังยิง Google Ads อยู่ แต่ยังไม่ได้ผลลัพธ์แบบที่ต้องการหรือยังไม่แน่ใจว่าโฆษณาของคุณพลาดตรงไหน

กรอกข้อมูลที่เว็บไซต์นี้ แล้วมาคุยกับทีม MSK Media ได้เลย
https://mskads.com/google-ads/

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำไมยิงแอดแล้วมีคนคลิก แต่ไม่มีคนซื้อเลย?

อาจเป็นเพราะคนที่คลิกไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายจริง เช่น ใช้ Keyword กว้างเกินไป หรือหน้า Landing Page ยังไม่กระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อ ลองปรับให้โฆษณา “สื่อสารตรง” และหน้าเว็บ “ปิดการขายได้” จะช่วยได้มาก

ยิงแอด Google ต้องทำหน้าเว็บใหม่ทุกครั้งไหม?

ไม่จำเป็นต้องทำใหม่ทุกครั้ง แต่ควรปรับให้ตรงกับแคมเปญนั้น ๆ เช่น ถ้ายิงแอดขายคอร์สเรียน ควรมีหน้าเฉพาะที่พูดเรื่องคอร์สนั้นโดยตรง ไม่ใช้หน้าโฮมเพจทั่วไป

ใช้ Keyword แบบไหนดีถึงจะไม่เปลืองงบ?

เลือกใช้แบบ Phrase Match หรือ Exact Match จะช่วยให้เจอกลุ่มเป้าหมายที่ชัดขึ้น และอย่าลืมใส่ Negative Keyword เพื่อกันคำที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น “ฟรี”, “pantip”, “เทียบราคา”

จะรู้ได้ยังไงว่าแคมเปญที่ยิงอยู่ “กำลังได้ผล”?

ดูที่ยอดขายหรือ Conversion เป็นหลัก ไม่ใช่แค่ยอดคลิก ถ้าคลิกเยอะแต่ไม่มีใครซื้อ แปลว่าต้องมีจุดพลาด เช่น กลุ่มเป้าหมายไม่ตรง หรือหน้าเว็บไม่ตอบโจทย์

ถ้าไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ควรทำยังไงก่อน?

เริ่มจากตั้งคำถามว่า “อยากได้อะไรจากแคมเปญนี้?” เช่น ต้องการยอดขาย หรืออยากเก็บรายชื่อ จากนั้นค่อยวางแผนโฆษณาให้ตอบเป้า และอย่าลืมติดตั้งระบบวัดผลตั้งแต่แรก