“โฆษณาของคุณหยุดแสดงเนื่องจากยอดเงินคงเหลือหมด” หรือ “การชำระเงินถูกปฏิเสธ” ข้อความแจ้งเตือนสีแดงนี้คือฝันร้ายที่ทำให้เจ้าของธุรกิจตื่นตระหนกที่สุด เพราะเมื่อ Google Ads ตัดเงินบัตรเครดิตไม่ได้ นั่นหมายความว่าหน้าร้านออนไลน์ของคุณถูกปิดประตูใส่หน้าทันที ลูกค้าค้นหาไม่เจอ และยอดขายหยุดชะงัก
ในปี 2026 ธนาคารและระบบความปลอดภัยทางการเงินมีความเข้มงวดขึ้นมาก การตัดเงินอัตโนมัติจากต่างประเทศ (เช่น Google Ireland/Singapore) จึงมักถูกระบบ AI ของธนาคารระงับไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย หรือบางครั้งก็เป็นความผิดพลาดทางเทคนิคเล็กน้อยที่คุณคาดไม่ถึง
บทความนี้ MSKMedia จะพาคุณมาไล่เช็กสาเหตุและบอกวิธีแก้ปัญหา Google Ads ตัดเงินไม่ได้ แบบ Step-by-Step เพื่อให้คุณกู้ชีพโฆษณาให้กลับมารันต่อได้ภายใน 15 นาที
ประสบการณ์จาก MSKMedia: ไม่ใช่คุณไม่มีเงิน แต่ธนาคารเขาหวง
จากประสบการณ์ดูแลบัญชีลูกค้าองค์กร เราพบว่า 90% ของเคสที่ตัดเงินไม่ผ่าน “ไม่ได้เกิดจากเงินหมดบัญชี” ครับ แต่เกิดจากระบบรักษาความปลอดภัยของธนาคารในไทยที่มองว่า “การตัดเงินซ้ำๆ ยอดเดิมๆ จาก Google” เป็นธุรกรรมที่น่าสงสัย (Fraud) แล้วทำการบล็อกบัตรชั่วคราว วิธีแก้ส่วนใหญ่จึงเริ่มที่การ “โทรหา Call Center ธนาคาร” ครับ
5 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ Google Ads ตัดเงินบัตรเครดิตไม่ได้
ก่อนจะหัวร้อน ลองตั้งสติแล้วเช็ก 5 ข้อนี้ดูครับ ว่าคุณเข้าข่ายข้อไหน
1. ธนาคารปฏิเสธการทำรายการ (Bank Decline)
นี่คือสาเหตุอันดับ 1 ในปี 2026
- อาการ: บัตรยังใช้งานได้ปกติ ซื้อของ 7-11 ได้ แต่จ่าย Google ไม่ได้
- สาเหตุ: ระบบ Fraud Detection ของธนาคารบล็อกการตัดเงินออนไลน์ต่างประเทศ หรือคุณยังไม่ได้เปิดใช้บริการ “ซื้อของออนไลน์”
- วิธีแก้: โทรหา Call Center ธนาคารเจ้าของบัตร แจ้งว่า “ต้องการปลดล็อกการชำระเงินให้ Google Ads”
2. วงเงินบัตรเครดิตเต็ม / เงินในบัตรเดบิตไม่พอ
- อาการ: ตัดไม่ผ่าน ขึ้นตัวแดง
- สาเหตุ: คุณอาจลืมไปว่าเดือนนี้รูดซื้อของอื่นไปเยอะ จนวงเงินเต็ม หรือถ้าใช้บัตรเดบิต (Debit Card) เงินในบัญชีอาจไม่พอให้ตัด
- วิธีแก้: ชำระหนี้บัตรเครดิตเพื่อคืนวงเงิน หรือโอนเงินเข้าบัญชีบัตรเดบิต แล้วกด “ลองใหม่” (Retry)
3. บัตรหมดอายุ หรือข้อมูลเปลี่ยน (Expired Card)
- อาการ: บัตรใบเดิมที่เคยตัดได้ จู่ๆ ก็ตัดไม่ได้
- สาเหตุ: ดูหน้าบัตรครับว่าหมดอายุ (Valid Thru) เดือนไหน หรือคุณเพิ่งได้รับบัตรใบใหม่มาแล้วเลข CVV (3 ตัวหลัง) เปลี่ยนไป แต่ลืมมาอัปเดตใน Google Ads
- วิธีแก้: เข้าไปแก้ไขข้อมูลบัตร หรือเพิ่มบัตรใบใหม่เข้าไปแทน
4. วงเงินจำกัดต่อวัน (Daily Limit)
- อาการ: ตัดยอดเล็กๆ ผ่าน แต่พอยอดใหญ่ๆ ไม่ผ่าน
- สาเหตุ: คุณตั้งจำกัดวงเงินการใช้จ่ายออนไลน์ไว้ในแอปธนาคาร (เช่น ห้ามรูดเกิน 5,000 ต่อวัน) แต่บิล Google มา 10,000 บาท เลยตัดไม่ผ่าน
- วิธีแก้: เข้าแอปธนาคาร ไปที่ตั้งค่าบัตร แล้วขยายวงเงินการใช้จ่ายต่อวัน
5. การยืนยันตัวตน 2 ชั้น (3D Secure Issue)
- อาการ: ระบบต้องการรหัส OTP แต่ Google เป็นการตัดอัตโนมัติหลังบ้าน เลยไม่มีใครมากด OTP
- สาเหตุ: บัตรบางประเภทบังคับ OTP ทุกครั้ง ซึ่งไม่เหมาะกับการผูกจ่ายค่าโฆษณาแบบ Automatic Payment
- วิธีแก้: เปลี่ยนไปใช้บัตรเครดิตประเภทอื่น หรือติดต่อธนาคารเพื่อขอ Whitelist ร้านค้า Google Ads
วิธีแก้ปัญหาและกด “ลองใหม่” (Step-by-Step)
เมื่อคุณจัดการกับธนาคารเรียบร้อยแล้ว ต้องมาสั่งให้ Google ตัดเงินอีกรอบครับ (มันไม่ตัดเองทันทีนะ)
- เข้าสู่ระบบ Google Ads: ไปที่เมนู Billing (การเรียกเก็บเงิน) > Summary (สรุป)
- ดูยอดค้างชำระ: คุณจะเห็นปุ่มสีแดงหรือข้อความเตือน
- กดปุ่ม “Fix it” (แก้ไข): หรือคลิกที่วิธีการชำระเงิน
- เลือก “Retry” (ลองใหม่): ถ้ามั่นใจว่าบัตรพร้อมแล้ว กดปุ่มนี้เพื่อให้ระบบลองตัดเงินอีกครั้ง
- หรือ “Add payment method” (เพิ่มวิธีการชำระเงิน): ถ้าบัตรเก่าใช้ไม่ได้แล้ว ให้เพิ่มบัตรใหม่ แล้วตั้งเป็น Primary (หลัก) จากนั้นลบบัตรเก่าทิ้ง
ไม้ตายก้นหีบ: “Backup Payment Method” (วิธีชำระเงินสำรอง)
เพื่อป้องกันไม่ให้โฆษณาสะดุดอีกในอนาคต ผมขอแนะนำให้คุณทำสิ่งนี้เดี๋ยวนี้เลยครับ: “เพิ่มบัตรสำรอง”
- คืออะไร: การผูกบัตรใบที่ 2 ไว้ในระบบ
- ดียังไง: ถ้าบัตรใบแรก (Primary) ตัดไม่ผ่าน ระบบจะวิ่งไปตัดบัตรใบที่ 2 (Backup) ทันทีโดยอัตโนมัติ ทำให้โฆษณาไม่หยุดวิ่งแม้แต่วินาทีเดียว
- วิธีทำ: ไปที่ Billing > Payment methods > Add payment method > ใส่ข้อมูลบัตรใบที่ 2 > ติ๊กเลือก “Set as backup”
ตารางสรุป: อาการ vs วิธีแก้ด่วน
| อาการที่ระบบแจ้ง | สาเหตุ | สิ่งที่ต้องทำทันที |
| Transaction Declined | ธนาคารระงับ | โทรหา Call Center ธนาคาร |
| Insufficient Funds | เงินไม่พอ / วงเงินเต็ม | เติมเงิน / จ่ายหนี้บัตร |
| Expired Card | บัตรหมดอายุ | เพิ่มบัตรใบใหม่ทันที |
| Suspicious Activity | Google ระงับเพื่อความปลอดภัย | ส่งเอกสารยืนยันตัวตนให้ Google (Appeal) |
ให้ MSKMedia ดูแลเรื่อง Billing ให้คุณ
ปัญหาการเงินเป็นเรื่องจุกจิกและน่าปวดหัว บางครั้งแอดดับตอนตี 2 กว่าจะรู้ตัวก็เช้า เสียโอกาสขายไปหลายชั่วโมง หากคุณใช้บริการบริหารโฆษณากับ MSKMedia เราจะช่วยมอนิเตอร์สถานะบัญชีและจัดการเรื่อง Billing ให้คุณ (ในกรณีใช้บัญชีเอเจนซี่) เพื่อให้คุณโฟกัสกับการขายของได้อย่างสบายใจ
ติดต่อเราเพื่อบริหารโฆษณาอย่างมืออาชีพ:
| ช่องทางการติดต่อ | ข้อมูล |
| ชื่อบริษัท | บริษัท เอ็ม เอส เค มีเดีย จำกัด |
| เว็บไซต์ | https://www.mskads.com/ |
| เบอร์โทรศัพท์ | 090-021-1529 |
| MSK MEDIA | |
| @mskmediaofficial |
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ทันทีที่ระบบตัดเงินสำเร็จครับ สถานะบัญชีจะเปลี่ยนจาก “Suspended due to billing” เป็น “Active” และโฆษณาจะเริ่มรันต่อทันที
ได้ครับ แต่ต้องเป็นบัตรที่มีเครื่องหมาย Visa หรือ Mastercard และต้องเปิดใช้บริการ “ซื้อสินค้าออนไลน์” กับธนาคารก่อน ไม่เช่นนั้นจะตัดไม่ผ่าน
ปัจจุบัน (2026) Google Ads ในไทยรองรับการผูก TrueMoney Wallet แล้วครับ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนไม่มีบัตรเครดิต หรือต้องการคุมงบด้วยการเติมเงินเข้า Wallet
นั่นคือระบบ Threshold (เกณฑ์การชำระเงิน) ครับ สำหรับบัญชีใหม่ Google จะตั้งวงเงินไว้น้อยๆ ก่อน เมื่อคุณจ่ายตรงเวลาและใช้เงินเยอะขึ้น ระบบจะค่อยๆ ขยับเพดานให้สูงขึ้น (สูงสุดประมาณ 20,000 – 30,000 บาท) ทำให้รอบบิลห่างขึ้นครับ
References
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการชำระเงิน:
- Google Payments Help Center: ศูนย์ช่วยเหลือเฉพาะด้านการชำระเงินของ Google (ครอบคลุมทุกบริการไม่ใช่แค่ Ads) https://support.google.com/paymentscenter/answer/9034675
- Investopedia – Why Was My Credit Card Declined?: บทความอธิบายสาเหตุที่บัตรเครดิตถูกปฏิเสธและการแก้ไข https://www.investopedia.com/articles/personal-finance/040915/5-reasons-why-credit-cards-are-declined.asp
- Search Engine Land – Managing Google Ads Billing: คำแนะนำสำหรับเอเจนซี่และเจ้าของธุรกิจในการบริหาร Billing ไม่ให้สะดุด https://searchengineland.com/library/channel/sem-ppc


