การทำโฆษณาบน Google Search คือการรอให้ลูกค้า “มีความต้องการ” แล้วพิมพ์ค้นหา… แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสินค้าของคุณเป็นของใหม่ที่คนยังไม่รู้จัก? หรือเป็นสินค้าแฟชั่นที่ต้องใช้ภาพกระตุ้นความอยาก? การรอให้คนค้นหาอาจทำให้คุณเสียโอกาสกอบโกยยอดขายมหาศาล
ในปี 2026 Google ได้ส่งอาวุธหนักที่ชื่อว่า Demand Gen Campaign (ซึ่งมาแทนที่ Discovery Campaign เดิมอย่างสมบูรณ์) เพื่อมาแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อ “สร้างความต้องการ (Demand Generation)” โดยใช้พลังของภาพและวิดีโอ ไปกระตุ้นลูกค้าให้เกิดความอยากซื้อ ตั้งแต่พวกเขายังไม่ได้คิดจะพิมพ์ค้นหาสินค้าของคุณด้วยซ้ำ!
บทความนี้ MSKMedia จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Google Demand Gen Campaign คืออะไร ทำไมมันถึงกลายเป็นเครื่องมือที่นักการตลาดสายโซเชียลคอมเมิร์ซต้องหลงรัก และจะช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจคุณได้อย่างไร
Demand Gen ไปโผล่ที่ไหนบ้าง?
หัวใจหลักของ Demand Gen คือการเน้น “Visual” (ภาพและวิดีโอ) โฆษณาของคุณจะไปปรากฏใน 3 ช่องทางหลักที่คนใช้เวลาไถหน้าจอนานที่สุด:
- YouTube: ครอบคลุมทั้ง YouTube Shorts (แนวตั้งที่มาแรงสุดๆ), In-stream (แทรกในคลิป) และ In-feed (หน้าโฮม)
- Google Discover: หน้าฟีดข่าวและบทความความสนใจส่วนตัวบนมือถือ Android และ Google App
- Gmail: แท็บโปรโมชั่นและโซเชียลในกล่องจดหมาย
3 ฟีเจอร์ไม้ตาย ที่ทำให้ Demand Gen เหนือกว่าแคมเปญทั่วไป
1. Lookalike Segments (โคลนนิ่งลูกค้าชั้นดี)
นี่คือสิ่งที่คนยิงแอดเรียกร้องมานาน! Demand Gen อนุญาตให้คุณสร้างกลุ่มเป้าหมายแบบ Lookalike ได้เหมือนฝั่ง Facebook คุณแค่โยนรายชื่อลูกค้าเก่า (Customer List) หรือคนที่เคยซื้อของบนเว็บให้ Google แล้ว AI จะไปควานหา “คนที่มีพฤติกรรมคล้ายลูกค้าของคุณที่สุด” มาให้ เลือกความแม่นยำได้ตั้งแต่ 2.5%, 5% ไปจนถึง 10%
2. รูปแบบโฆษณาจัดเต็ม (Multi-Format Ads)
ในแคมเปญเดียว คุณสามารถใส่ได้ทั้ง:
- วิดีโอสั้น (Shorts)
- วิดีโอแนวนอนแบบดั้งเดิม
- ภาพนิ่ง (Single Image)
- ภาพสไลด์ (Carousel)AI จะวิเคราะห์เองว่าลูกค้าคนนี้ชอบดูเนื้อหาแบบไหน แล้วเลือกฟอร์แมตที่โอกาสปิดการขายสูงสุดไปโชว์ให้ดู
3. Bidding สมาร์ทๆ เน้นผลลัพธ์
Demand Gen ไม่ได้แค่หาคนมาดูคลิป แต่เน้นหาคนมาซื้อ! คุณสามารถตั้งเป้าหมายการประมูลได้ทั้ง Maximize Clicks (เน้นคนเข้าเว็บ), Maximize Conversions (เน้นยอดขาย/Lead) และ Target CPA (คุมต้นทุนต่อการขาย) หรือ Target ROAS เพื่อให้ AI วิ่งหาคนที่มีกำลังซื้อสูงที่สุด
ตารางเปรียบเทียบ: Demand Gen vs Performance Max
หลายคนสับสนว่า 2 แคมเปญ AI นี้ต่างกันอย่างไร ดูตารางนี้จบเข้าใจทันทีครับ:
| คุณสมบัติ | Demand Gen Campaign | Performance Max (PMax) |
| เป้าหมายหลัก | สร้างความต้องการ (Top/Mid Funnel) | ปิดการขายให้จบ (Bottom Funnel) |
| ช่องทางแสดงผล | YouTube, Discover, Gmail (เน้น Visual) | ทุกช่องทาง (รวม Search, Maps, Shopping) |
| จุดเด่นของ Audience | มีฟีเจอร์ Lookalike Segments | พึ่งพา AI และ Audience Signals |
| คีย์เวิร์ด (Keywords) | ไม่ใช้ (ใช้ความสนใจและพฤติกรรม) | AI ประมวลผลร่วมกับ Search Terms |
| เหมาะกับใคร? | แบรนด์ที่รูปสวย คลิปปัง ต้องการหาลูกค้าใหม่ | ร้าน E-commerce ที่ต้องการกวาดออเดอร์ให้เกลี้ยง |
ธุรกิจแบบไหนที่ “เกิดมาเพื่อ” Demand Gen?
- สินค้าแฟชั่น & บิวตี้: เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ที่ต้องใช้ภาพสวยๆ วิดีโอรีวิวเพื่อกระตุ้นกิเลส
- สินค้าเทคโนโลยี/แกดเจ็ต: ของเล่นใหม่ๆ ที่คนยังไม่รู้ว่ามีสิ่งนี้บนโลก ต้องใช้วิดีโอสาธิตการใช้งาน
- ธุรกิจ B2B (Lead Gen): ยิงแบนเนอร์หรือวิดีโอความรู้ เข้าไปใน Gmail หรือ Discover ของกลุ่มผู้บริหาร เพื่อให้กรอกฟอร์มขอข้อมูล
- ธุรกิจท่องเที่ยว: รีวิวโรงแรม ที่พักสวยๆ ผ่าน YouTube Shorts เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการจัดทริป
ให้ MSKMedia เป็นผู้สร้าง “Demand” ให้แบรนด์คุณ
การทำ Demand Gen ให้ปัง หัวใจไม่ได้อยู่ที่การกดปุ่มตั้งค่า แต่อยู่ที่ “Creative” (รูปภาพและวิดีโอ) และการวางกลยุทธ์ Lookalike ให้แม่นยำ ทีมงาน MSKMedia มีความเชี่ยวชาญทั้งการผลิตสื่อโฆษณาที่หยุดนิ้วลูกค้า (Scroll-stopping) และการวิเคราะห์ Data เพื่อป้อนให้ AI ของ Google ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ
ติดต่อเราเพื่อเริ่มสร้างแคมเปญ Demand Gen ทันที:
| ช่องทางการติดต่อ | ข้อมูล |
| ชื่อบริษัท | บริษัท เอ็ม เอส เค มีเดีย จำกัด |
| เว็บไซต์ | https://www.mskads.com/ |
| เบอร์โทรศัพท์ | 090-021-1529 |
| MSK MEDIA | |
| @mskmediaofficial |
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Google ได้ทำการอัปเกรด Discovery Campaign ทั้งหมดให้กลายเป็น Demand Gen Campaign อย่างเป็นทางการแล้วครับ โดยเพิ่มฟีเจอร์วิดีโอและ Lookalike เข้ามาให้เก่งกว่าเดิม
แนะนำที่ขั้นต่ำ 500 – 1,000 บาทต่อวัน ครับ เพราะ AI ต้องการงบประมาณที่มากพอในการสุ่มหาคนที่มีโอกาสเป็นลูกค้าในช่องทางที่หลากหลาย โดยเฉพาะ YouTube
ได้ครับ Demand Gen รองรับภาพนิ่งและภาพสไลด์โชว์ แต่ในปี 2026 MSKMedia แนะนำอย่างยิ่งให้มี “วิดีโอแนวตั้ง (Shorts)” อย่างน้อย 1 คลิปครับ เพราะเป็นช่องทางที่คนมองเห็นโฆษณาเยอะที่สุดและค่าวิวถูกที่สุด
เป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดเลยครับ! ใช้ Demand Gen ไปกระตุ้นให้คนรู้จักแบรนด์ (สร้าง Demand) จากนั้นเมื่อลูกค้าสนใจและไปพิมพ์ค้นหาใน Google ก็ให้ Search Ads เป็นตัวเก็บตกปิดการขาย (Capture Demand)
References
แหล่งข้อมูลศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน Demand Gen:
- Google Ads Help – About Demand Gen campaigns: คำอธิบายโครงสร้างและวิธีตั้งค่าแคมเปญจาก Google อย่างเป็นทางการ https://support.google.com/google-ads/answer/13601126
- Search Engine Journal – Google Demand Gen Best Practices: บทความเจาะลึกเทคนิคการทำภาพและวิดีโอให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดในแคมเปญนี้ https://www.searchenginejournal.com/google-demand-gen-campaigns-guide/498456/
- Search Engine Land – Moving from Discovery to Demand Gen: สรุปความแตกต่างและสิ่งที่นักการตลาดต้องปรับตัวเมื่อเปลี่ยนมาใช้แคมเปญยุคใหม่ https://searchengineland.com/google-discovery-ads-demand-gen-430691