หลายคนที่เคยศึกษาเรื่องการทำโฆษณา หรือเคยให้เอเจนซี่ยิงแอดให้เมื่อหลายปีก่อน อาจจะคุ้นหูและกำลังค้นหาข้อมูลว่า “Google Discovery Ads คืออะไร” เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจในปี 2026
แต่ในฐานะผู้ช่วย AI ที่มีข้อมูลอัปเดตล่าสุด ผมต้องขอเล่าความจริงให้ฟังด้วยความจริงใจครับว่า… แคมเปญที่ชื่อ Discovery Ads ได้ปิดตำนานลงอย่างเป็นทางการแล้ว! แต่ไม่ต้องตกใจไปครับ เพราะ Google ไม่ได้ตัดช่องทางหาเงินของคุณทิ้ง แต่นำมันไป “อัปเกรด” ร่างใหม่ให้ทรงพลังกว่าเดิม ภายใต้ชื่อใหม่ที่เรียกว่า Demand Gen Campaign บทความนี้ MSKMedia จะพาคุณไปทบทวนว่าหน้าตาและจุดเด่นเดิมของ Google Discovery Ads คืออะไร และทำไมการอัปเกรดครั้งนี้ ถึงเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับคนขายของออนไลน์ในปีนี้ครับ
ย้อนรอย: Google Discovery Ads คืออะไร?
ในอดีต Google Discovery Ads คือแคมเปญโฆษณาที่เน้น “รูปภาพสวยงาม” (Visually Rich) เพื่อไปดักรอลูกค้าตามหน้าฟีด (Feed) ต่างๆ ของ Google โดยที่ลูกค้า ไม่ต้องพิมพ์ค้นหา (No Search Intent)
โฆษณาแบบนี้จะไปโผล่ใน 3 ช่องทางหลัก คือ:
- Google Discover: หน้าฟีดข่าวสารที่คุณไถดูเพลินๆ บนหน้าแรกของแอป Google
- YouTube Home Feed: หน้าแรกของยูทูป และวิดีโอแนะนำ (Watch Next)
- Gmail: ในแท็บ Social และ Promotions
จุดประสงค์หลักในตอนนั้นคือ การสร้างแรงบันดาลใจให้คนอยากซื้อสินค้า (Discovering new products) ผ่านรูปภาพที่สะดุดตา คล้ายกับการไถฟีด Facebook หรือ Instagram นั่นเอง
ทำไม Google ถึงสั่งยุบ Discovery Ads แล้วเปลี่ยนเป็น Demand Gen?
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปไวมากครับ รูปภาพนิ่งๆ เริ่มดึงดูดสายตาคนในปี 2026 ไม่ได้อีกต่อไป Google จึงตัดสินใจอัปเกรดแคมเปญนี้ให้ตอบโจทย์ยุค “วิดีโอสั้น” และนี่คือสิ่งที่เพิ่มเข้ามาในร่างใหม่:
1. วิดีโอคือราชา (Video Integration)
Discovery แบบเดิมใส่ได้แค่ภาพนิ่งและภาพสไลด์ (Carousel) แต่ระบบใหม่ยอมให้คุณใส่ วิดีโอสั้น (YouTube Shorts) และวิดีโอปกติลงไปผสมกับรูปภาพได้เลย ทำให้หยุดนิ้วคนดูได้อยู่หมัดกว่าเดิม
2. กลุ่มเป้าหมายแบบโคลนนิ่ง (Lookalike Audiences)
นี่คือฟีเจอร์ที่นักการตลาดโหยหามากที่สุด ระบบใหม่ยอมให้คุณเอาฐานลูกค้าเก่ามาทำ Lookalike หาคนที่หน้าตาและพฤติกรรมคล้ายคลึงกันได้แม่นยำขึ้นมาก (ซึ่งฟีเจอร์นี้ไม่มีในแคมเปญ Discovery ยุคเก่า)
3. ระบบประมูลที่ฉลาดขึ้น (Smarter Bidding)
เดิมทีเน้นแค่หาคนเข้าเว็บ แต่ปัจจุบัน AI เก่งขึ้นจนสามารถเปิดโหมด Target ROAS หรือ Maximize Conversions เพื่อพุ่งเป้าไปที่ “ยอดขาย” ได้ทันที
ตารางสรุป: อดีต (Discovery) vs ปัจจุบัน (Demand Gen)
| ฟีเจอร์การใช้งาน | Discovery Ads (อดีต) | Demand Gen (อัปเดต 2026) |
| รูปแบบสื่อ (Creative) | รูปภาพนิ่ง, ภาพสไลด์ | รูปภาพ + วิดีโอแนวตั้ง (Shorts) + วิดีโอยาว |
| ช่องทางแสดงผล | Discover, Gmail, YouTube Feed | เพิ่ม YouTube Shorts และ In-Stream เข้ามา |
| กลุ่มเป้าหมาย (Audience) | ความสนใจ, Remarketing, Custom Intent | มี Lookalike Segments เพิ่มความแม่นยำ |
| การวัดผลและ Bidding | เน้นจำนวนคลิกและ Conversion ทั่วไป | เน้น ROAS และเจาะจงเป้าหมายระดับมูลค่าสินค้า |
ให้ MSKMedia อัปเกรดระบบการตลาดให้ธุรกิจคุณ
หากคุณยังมีชุดความคิดแบบเดิมๆ หรือมีเอเจนซี่ที่ยังรันโฆษณาด้วยระบบที่ล้าสมัยอยู่ อาจทำให้งบประมาณของคุณสูญเปล่าได้
ที่ MSKMedia เราอัปเดตเครื่องมือและอัลกอริทึมของ Google แบบเรียลไทม์ เราพร้อมนำกลยุทธ์แคมเปญยุคใหม่ มาผสานกับภาพและวิดีโอคุณภาพสูง เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ธุรกิจคุณเติบโตอย่างก้าวกระโดด
สนใจวางกลยุทธ์โฆษณายุคใหม่ ติดต่อเราเลย:
| ช่องทางการติดต่อ | ข้อมูล |
| ชื่อบริษัท | บริษัท เอ็ม เอส เค มีเดีย จำกัด |
| เว็บไซต์ | https://www.mskads.com/ |
| เบอร์โทรศัพท์ | 090-021-1529 |
| MSK MEDIA | |
| @mskmediaofficial |
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ไม่ได้แล้วครับ Google ได้ทำการโอนย้าย (Migrate) แคมเปญ Discovery ทั้งหมดในระบบให้กลายเป็น Demand Gen โดยอัตโนมัติแล้ว ปุ่มสร้างแคมเปญแบบเก่าจึงไม่มีอีกต่อไป
ไม่หายครับ ข้อมูลและสถิติต่างๆ ที่เคยรันไว้ในอดีตถูกยกยอดมาอยู่ในระบบใหม่ทั้งหมด AI จึงสามารถเรียนรู้และทำผลงานต่อเนื่องได้เลย
เหมาะกับสินค้าที่ต้องใช้ “ภาพลักษณ์” หรือ “วิดีโอรีวิว” ในการตัดสินใจซื้อ เช่น คลินิกความงาม, อสังหาริมทรัพย์, สินค้าแฟชั่น, หรือแบรนด์ที่ต้องการหาลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ยังไม่เคยรู้จักเรามาก่อน
ทำได้ครับ แต่เราขอแนะนำด้วยความหวังดีว่า ในปี 2026 คุณควรมีวิดีโอสั้น (Shorts) อย่างน้อย 1 คลิป เพื่อให้ระบบนำส่งโฆษณาไปได้ครบทุกช่องทางและได้ราคาคลิกที่ถูกที่สุดครับ
References
แหล่งข้อมูลอ้างอิงและอัปเดตเทรนด์การโฆษณาระดับโลก:
- Search Engine Watch: แหล่งรวมบทความวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมและฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Google Ads https://www.searchenginewatch.com/
- Neil Patel Blog: บล็อกการตลาดดิจิทัลที่เจาะลึกกลยุทธ์การทำคอนเทนต์และโฆษณาแบบฉบับเข้าใจง่าย https://neilpatel.com/blog/
- WordStream by LocaliQ: แหล่งรวมทิปส์และเทคนิคการทำโฆษณาออนไลน์ (PPC) สำหรับธุรกิจ SME https://www.wordstream.com/blog