Google Performance Max คืออะไร: “ร่างทรง” ของ Google Ads ที่จะพาคุณครองทุกแพลตฟอร์ม (2026)

สารบัญ

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน การจะยิงโฆษณาให้ครบวงจร คุณต้องสร้างแคมเปญ Search แยก, Display แยก, YouTube แยก และ Gmail แยก… เหนื่อยใช่ไหมครับ? แถมยังต้องมานั่งเกลี่ยงบประมาณกันวุ่นวาย

แต่ในปี 2026 โลกเปลี่ยนไปแล้วครับ Google ได้รวมทุกอย่างไว้ใน “Performance Max” (PMax) หรือแคมเปญที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI 100% ถ้าคุณยังไม่รู้จัก หรือยังไม่กล้าใช้ เพราะกลัวว่ามันจะกินเงินฟรี บทความนี้ MSKMedia จะพาคุณไปทำความรู้จักว่า Google Performance Max คืออะไร และทำไมมันถึงเป็น “อาวุธลับ” ที่ทำให้ธุรกิจ SME แย่งลูกค้าจากรายใหญ่ได้ง่ายขึ้น

นิยามสั้นๆ: Performance Max คืออะไร?

Performance Max (เรียกสั้นๆ ว่า PMax) คือแคมเปญรูปแบบใหม่ที่เน้น “เป้าหมาย” (Goal-based) เป็นหลัก คุณไม่ต้องเลือก Keyword หรือเลือกช่องทางเอง หน้าที่ของคุณคือ “เตรียมวัตถุดิบ” (รูป, วิดีโอ, ข้อความ) และ “บอกเป้าหมาย” (อยากได้ยอดขาย/Lead)

จากนั้น AI ของ Google จะนำวัตถุดิบของคุณไปผสมผสานและนำส่งไปทั่วทั้งจักรวาล Google (7 ช่องทาง) โดยอัตโนมัติ เพื่อหาคนที่ “ใช่ที่สุด” ในราคาที่ “คุ้มที่สุด” ให้คุณ

7 ช่องทางที่ PMax ไปโผล่ (ยิง 1 ได้ถึง 7)

เมื่อคุณรัน PMax โฆษณาของคุณจะไปปรากฏที่:

  1. Google Search: หน้าค้นหาปกติ (แทนที่ Shopping และ Search บางส่วน)
  2. YouTube: ทั้ง In-stream, Feed และ Shorts
  3. Display: แบนเนอร์ตามเว็บพันธมิตร
  4. Google Maps: ปักหมุดร้านค้า
  5. Gmail: ในแท็บ Promotions
  6. Discover: หน้าฟีดข่าวก่อนเข้า Google Search
  7. Shopping Tab: แท็บสินค้า (สำหรับ E-commerce)

หัวใจสำคัญ: PMax ทำงานอย่างไรในปี 2026?

ลืมเรื่อง Keywords ไปก่อนครับ เพราะ PMax ใช้สิ่งที่เรียกว่า “Asset Groups” และ “Audience Signals”

1. Asset Groups (คลังแสงโฆษณา)

คุณต้องใส่รูปภาพหลายขนาด, โลโก้, วิดีโอสั้น/ยาว, และข้อความพาดหัวหลายๆ แบบ ลงไปในถังกลาง AI จะหยิบมา “ยำ” รวมกันเอง

  • เช่น: ถ้าระบบรู้ว่า นาย A ชอบดู YouTube มันจะเอาวิดีโอไปโชว์
  • แต่ถ้า: นาย B ชอบอ่านข่าว มันจะเอาภาพและข้อความไปโชว์ใน Discover

2. Audience Signals (เบาะแสกลุ่มเป้าหมาย)

คุณไม่ต้องระบุกลุ่มเป้าหมายเป๊ะๆ แต่คุณต้องให้ “เบาะแส” แก่ AI

  • เช่น: บอก AI ว่า “ช่วยหาคนที่คล้ายกับคนที่เคยเข้าเว็บฉัน” หรือ “คล้ายกับคนที่ค้นหาคำว่า รองเท้าวิ่ง”
  • AI จะใช้ข้อมูลนี้เป็นสารตั้งต้น (Starting Point) แล้วขยายวงไปหาลูกค้าใหม่ๆ ที่คุณอาจนึกไม่ถึง

ข้อดี vs ข้อเสีย: เหรียญสองด้านของ PMax

ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
ครอบคลุม: ยิงครั้งเดียว ได้ครบทุกช่องทางของ Googleควบคุมยาก: เราเลือกไม่ได้ว่าจะไปโผล่เว็บไหนบ้าง (Black Box)
AI ฉลาดมาก: หา Conversion ได้เก่งและถูกกว่าทำเองต้องมี Creative เยอะ: ถ้าไม่มีรูปสวยๆ หรือวิดีโอดีๆ PMax จะทำงานได้แย่มาก
ประหยัดเวลา: ไม่ต้องมานั่ง Bid ราคาเองรายงานไม่ละเอียด: ไม่บอกว่ายอดขายมาจาก Search หรือ YouTube กันแน่
Scale ง่าย: เพิ่มงบปุ๊บ ยอดพุ่งปั๊บ (ถ้า AI เรียนรู้แล้ว)ต้องการเวลาเรียนรู้: ช่วง 2-4 สัปดาห์แรก ผลลัพธ์อาจจะยังไม่นิ่ง

ใครบ้างที่ “ต้องใช้” Performance Max?

  1. E-commerce: ร้านค้าออนไลน์ที่มีสินค้าเยอะๆ PMax จะดึงรูปสินค้าไปโชว์พร้อมราคา (แทน Smart Shopping เดิม)
  2. Lead Generation: ธุรกิจบริการที่ต้องการคนกรอกฟอร์ม AI จะหาคนที่มีคุณภาพสูงกว่าการยิง Display ทั่วไป
  3. Local Store: ร้านอาหาร คลินิก ที่ต้องการดึงคนเข้าร้าน (Store Visits) ผ่าน Google Maps

สูตรลับ MSKMedia: ทำ PMax ยังไงให้ปัง?

หลายคนทำ PMax แล้วเจ๊ง เพราะโยนรูปไปมั่วๆ แล้วหวังพึ่ง AI ที่ MSKMedia เรามีเทคนิคเฉพาะ:

  • High-Quality Assets: เราช่วยออกแบบรูปภาพและตัดต่อวิดีโอที่ “หยุดนิ้วโป้ง” เพราะ AI จะเก่งแค่ไหน ถ้าโฆษณาไม่สวย คนก็ไม่กดครับ
  • Feed Optimization: สำหรับร้านค้า เราปรับแต่งชื่อสินค้าใน Feed ให้ AI เข้าใจง่ายที่สุด
  • Negative Keywords: เราคอยมอนิเตอร์และแจ้ง Google ให้ตัดคำค้นหาแย่ๆ ออก เพื่อไม่ให้ PMax ผลาญงบ

สนใจบริการทำโฆษณา Performance Max ครบวงจร:

ช่องทางการติดต่อข้อมูล
ชื่อบริษัทบริษัท เอ็ม เอส เค มีเดีย จำกัด
เว็บไซต์https://www.mskads.com/
เบอร์โทรศัพท์090-021-1529
FacebookMSK MEDIA
Instagram@mskmediaofficial

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. PMax มาแทนที่ Search Ads ไหม?

ไม่เชิงครับ PMax จะทำงานควบคู่กับ Search Ads ได้ดีที่สุด โดย Google จะให้ความสำคัญกับ Search Ads ที่เป็น “Exact Match” ก่อน แต่ถ้า Search Ads เก็บไม่หมด PMax จะเข้าไปเก็บตกให้

2. ต้องใช้งบเท่าไหร่?

แนะนำวันละ 500 – 1,000 บาท ขึ้นไปครับ เพราะ PMax วิ่ง 7 ช่องทาง ถ้าเงินน้อยเกินไป AI จะเรียนรู้ไม่ทันและแคมเปญจะนิ่ง

3. ไม่มีวิดีโอ ทำ PMax ได้ไหม?

ทำได้ครับ Google จะเอารูปภาพของคุณมาทำเป็นสไลด์โชว์วิดีโอให้อัตโนมัติ (แต่คุณภาพอาจจะไม่สวยเท่าทำเอง) แนะนำให้ทำวิดีโอสั้นๆ 15 วินาทีใส่เข้าไปด้วยจะดีที่สุด

4. จะรู้ได้ไงว่า PMax กินเงินฟรีหรือเปล่า?

ดูที่ ROAS (ผลตอบแทน) เป็นหลักครับ ถ้าจ่าย 100 ได้คืน 500 ก็ถือว่าคุ้มค่า แม้เราจะไม่รู้ว่ามันไปโชว์ที่ไหนบ้าง แต่ถ้ายอดขายรวม (Total Sales) ของธุรกิจเพิ่มขึ้น ก็แปลว่า PMax ทำหน้าที่ของมันได้ดีครับ

References

แหล่งข้อมูลอ้างอิงและคู่มือการทำ Performance Max เชิงลึก:

บทความที่น่าสนใจ