คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหม? เปิดดูรายงาน Google Ads แล้วดีใจที่เห็นยอดคลิกพุ่งกระฉูด แต่พอไปดูยอดขายกลับว่างเปล่า… หรือมีคนทักไลน์มาถามแต่เรื่องแปลกๆ ที่ไม่เกี่ยวกับสินค้าของคุณเลย?
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากดวงซวยครับ แต่เกิดจาก “การตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายที่ไม่ละเอียดพอ”
ในปี 2025 ที่ค่าโฆษณาสูงขึ้น การยิงแอดแบบ “หว่านแห” (Mass Targeting) เพื่อหวังฟลุ๊คเจอคนซื้อ ไม่ใช่วิธีที่ทำกำไรอีกต่อไป กุญแจสู่ความสำเร็จคือการใช้เครื่องมือของ Google เพื่อสกรีนคนที่ไม่ใช่ออกไป และเหลือไว้เฉพาะคนที่ “กำเงินรอซื้อ” เท่านั้น
บทความนี้ MSKMedia จะพาคุณไปเจาะลึก วิธีตั้งค่า Google Ads ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย แบบที่เอเจนซี่มือโปรใช้ เพื่อเปลี่ยนงบโฆษณาที่รั่วไหล ให้กลายเป็นยอดขายที่วัดผลได้จริง
ทำไมคุณถึงวางใจในเทคนิคของเราได้
ที่ MSKMedia เราเชื่อในหลักการ “Quality over Quantity” (คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ) เราดูแลแคมเปญให้กับลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรม และสิ่งแรกที่เราทำเสมอเมื่อรับงานแก้พอร์ต คือการเข้าไป “ตัด” กลุ่มเป้าหมายขยะทิ้ง เราเคยช่วยลูกค้าลดค่าคลิกที่ไม่จำเป็นได้ถึง 40% และเพิ่มยอดขายได้เท่าตัวเพียงแค่ปรับจูนการตั้งค่า Targeting ใหม่ วันนี้เราจะแชร์เทคนิคนั้นให้คุณครับ
4 เลเยอร์แห่งการคัดกรอง: ตั้งค่าอย่างไรให้เจอ “ตัวจริง”
การตั้งค่าให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ได้ทำที่จุดเดียวจบ แต่ต้องทำผ่าน 4 ด่านอรหันต์นี้:
ด่านที่ 1: Keyword Match Types (คัดกรองด้วย “คำพูด”)
นี่คือด่านแรกและสำคัญที่สุด มือใหม่มักตกม้าตายตรงนี้เพราะใช้ Broad Match (แบบกว้าง)
- ปัญหา: คุณขาย “รองเท้าวิ่ง” แต่ไปใช้คำกว้างๆ ว่า “รองเท้า”
- ผลลัพธ์: โฆษณาไปโชว์คนหา “ซ่อมรองเท้า”, “บริจาครองเท้า”, “รองเท้าแตะ” ซึ่งไม่ใช่ลูกค้าคุณ
- วิธีแก้: เปลี่ยนมาใช้ Phrase Match (“รองเท้าวิ่ง”) หรือ Exact Match ([รองเท้าวิ่ง]) เพื่อตีกรอบให้แคบลงและตรงจุด
ด่านที่ 2: Negative Keywords (โล่กันคนไม่ใช่)
อย่ารอให้คนคลิกผิดแล้วค่อยแก้ แต่ต้องดักทางไว้ก่อน!
- วิธีทำ: ลิสต์คำที่คุณ ไม่ขาย หรือ ไม่ต้องการ แล้วใส่ในช่อง Negative Keywords
- ตัวอย่าง: ถ้าคุณขายรถมือหนึ่ง ให้ใส่คำว่า “มือสอง”, “เช่า”, “Pantip”, “รูปภาพ”, “ฟรี” เป็นคำลบ เพื่อกันคนที่แค่อยากดูรูปหรือหาของฟรีออกไป
ด่านที่ 3: Location & Time (คัดกรองด้วย “เวลาและสถานที่”)
อย่าขายคนทั้งประเทศถ้าคุณส่งของไม่ไหว หรืออย่าเปิดแอดตอนตี 3 ถ้าไม่มีแอดมินตอบ
- Location Targeting: เจาะจงจังหวัด หรือรัศมีรอบร้าน (Radius Targeting) เช่น “กรุงเทพฯ + ปริมณฑล” หรือ “เชียงใหม่ รัศมี 10 กม.”
- Ad Schedule: ตั้งเวลาเปิด-ปิดโฆษณาให้ตรงกับเวลาทำการ หรือเวลาที่ลูกค้ามักจะซื้อของ (เช่น ปิดแอดช่วง 00.00 – 06.00 น. เพื่อประหยัดงบ)
ด่านที่ 4: Audience Segments (คัดกรองด้วย “พฤติกรรม”)
นี่คือไม้ตายลับ! Google รู้ว่าใคร “กำลังจะซื้อ” อะไร
- In-Market Audiences: เลือกกลุ่มคนที่ Google จับพฤติกรรมได้ว่า กำลังค้นหาและเปรียบเทียบราคา สินค้าประเภทเดียวกับคุณ (เช่น กลุ่ม “กำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์”)
- Demographics: กรองอายุ เพศ และรายได้ครัวเรือน (Household Income) เพื่อให้ตรงกับสินค้า (เช่น สินค้าหรู เลือกตัดกลุ่มรายได้น้อยออก)
ตารางเปรียบเทียบ: มือใหม่ vs. มือโปร (Targeting Checklist)
ลองเช็กดูสิครับว่า ตอนนี้คุณตั้งค่าแบบไหนอยู่?
| การตั้งค่า (Targeting Setting) | แบบมือใหม่ (เสี่ยงงบบาน) | แบบมือโปร (แม่นยำสูง) |
| คีย์เวิร์ด (Keywords) | ใช้ Broad Match ล้วนๆ (คำกว้าง) | ผสม Phrase และ Exact Match |
| คำลบ (Negative KW) | ไม่ใส่เลย (รอโดนคลิกก่อนค่อยคิด) | ใส่ดักไว้ล่วงหน้า 50-100 คำ |
| พื้นที่ (Location) | “Thailand” (ทั้งประเทศ) | เจาะจงจังหวัด/เขต หรือรัศมี (Radius) |
| ตัวเลือกสถานที่ (Location Options) | คนที่ “สนใจ” สถานที่นี้ (อยู่ตปท.ก็เห็น) | คนที่ “อาศัยอยู่ใน” สถานที่นี้ (Presence) |
| กลุ่มเป้าหมาย (Audience) | ไม่เลือก (ปล่อยโล่ง) | เลือก In-market หรือทำ Remarketing |
| อุปกรณ์ (Devices) | ทุกอุปกรณ์ | ปรับลด Bid หรือปิด TV Screens / Tablets (ถ้าไม่จำเป็น) |
ฟีเจอร์ลับ 2025: Optimized Targeting (ดาบสองคม)
ในปี 2025 Google จะพยายามเปิดฟีเจอร์ “Optimized Targeting” (การกำหนดเป้าหมายที่เพิ่มประสิทธิภาพ) ให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยหาคนนอกเหนือจากที่เรากำหนด
- ข้อดี: ช่วยขยายฐานลูกค้า หาคนใหม่ๆ ที่ AI คิดว่าดี
- ข้อควรระวัง: ถ้าบัญชีคุณยังไม่มีข้อมูล Conversion ที่แม่นยำ AI อาจพาออกทะเลได้ แนะนำให้ “ปิด” ในช่วงแรก จนกว่าแคมเปญจะนิ่ง
วิธีทำ Remarketing (ตามตื๊อคนที่เคยเข้าเว็บ)
วิธีตั้งค่าที่ตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุด คือการยิงหา “คนที่รู้จักเราแล้ว”
- ไปที่ Tools & Settings > Audience Manager
- สร้าง List “Website Visitors” (คนที่เคยเข้าเว็บเรา)
- นำ List นี้ไปใส่ในแคมเปญ Search หรือ Display เพื่อยิงแอดซ้ำกระตุ้นให้เขากลับมาซื้อ (ปิดการขายง่ายกว่าหาคนใหม่ 3-5 เท่า!)
ให้ MSKMedia ช่วย “ล็อกเป้า” ลูกค้าให้คุณ
การตั้งค่าเหล่านี้ต้องอาศัยความละเอียดและการวิเคราะห์ข้อมูล หากคุณตั้งค่าเองแล้วยังรู้สึกว่า “ยังไม่โดน” หรือ “งบยังรั่ว” ให้ทีมงาน MSKMedia เข้าไปช่วย Audit และปรับจูนกลุ่มเป้าหมายให้แม่นยำเหมือนจับวาง
ติดต่อเราเพื่อเพิ่มความแม่นยำให้แคมเปญ:
| ช่องทางการติดต่อ | ข้อมูล |
| ชื่อบริษัท | บริษัท เอ็ม เอส เค มีเดีย จำกัด |
| เว็บไซต์ | https://www.mskads.com/ |
| เบอร์โทรศัพท์ | 090-021-1529 |
| MSK MEDIA | |
| @mskmediaofficial | |
| ที่อยู่ | 159 หมู่ที่ 15 ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย จ.มหาสารคาม 44150 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ไม่จริงครับ การใส่คีย์เวิร์ดเยอะเกินไป (Keyword Stuffing) โดยเฉพาะคำที่ไม่เกี่ยวข้อง จะทำให้งบกระจายและคะแนนคุณภาพต่ำลง ควรโฟกัสที่คีย์เวิร์ดคุณภาพ 10-20 คำต่อ Ad Group ก็พอครับ
ถึงส่งได้ทั่วไทย แต่พฤติกรรมการซื้ออาจกระจุกตัวครับ แนะนำให้เริ่มยิง “ทั้งประเทศ” ก่อน แล้วดูรายงาน Locations ว่าจังหวัดไหน Cost Per Conversion แพงเกินรับไหว ให้เข้าไป Exclude (ยกเว้น) จังหวัดนั้นออกครับ
ดูได้จากรายงาน “Search Terms” (คำค้นหา) ในระบบครับ มันจะโชว์ว่าลูกค้าพิมพ์อะไรจริงๆ ถึงมาเจอโฆษณาเรา ถ้าเจอคำไหนไม่ใช่ ให้ติ๊กถูกแล้วกด “Add as negative keyword” ทันที
เพราะเราไปตีกรอบให้แคบลงครับ (Narrowing) ข้อดีคือคนแม่นยำขึ้น แต่ข้อเสียคือ Traffic จะลดลง วิธีแก้คือต้องเพิ่มงบ Bid ให้สูงขึ้นเพื่อแย่งชิงคนกลุ่มคุณภาพนี้ครับ
ขึ้นอยู่กับธุรกิจครับ ถ้าสินค้าคุณต้องอ่านข้อมูลเยอะๆ หรือกรอกฟอร์มยากๆ การเน้นยิง Desktop อาจได้ผลดีกว่า แต่ถ้าเป็นสินค้าซื้อง่ายขายคล่อง Mobile มักจะดีกว่า การแยกแคมเปญช่วยให้คุมงบแต่ละอุปกรณ์ได้ง่ายขึ้นครับ
References
เพื่อศึกษาเทคนิคการกำหนดกลุ่มเป้าหมายเชิงลึก แหล่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยคุณได้:
- Ahrefs – Google Ads Targeting: บทความเจาะลึกกลยุทธ์การ Targeting แบบมืออาชีพ (ภาษาอังกฤษ) https://ahrefs.com/blog/google-ads-targeting/
- Google Ads Help – About audience targeting: ข้อมูลทางการเกี่ยวกับประเภทกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด https://support.google.com/google-ads/answer/2497941?hl=th
- Neil Patel – Google Ads Targeting Guide: เทคนิคการตั้งค่าโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายเพื่อเพิ่ม ROI https://neilpatel.com/blog/google-adwords-targeting/