เคยไหม จ่ายค่าที่ปรึกษาเดือนละหลายหมื่น ผ่านไป 3 เดือน ได้มาแค่สไลด์ชุดเดียว แล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ใช่ว่าที่ปรึกษาไม่มีประโยชน์ แต่คือเลือกไม่ตรงกับที่ธุรกิจต้องการ บทความนี้มีตารางเทียบ 3 รูปแบบบริการ เช็คลิสต์ 8 ข้อก่อนเซ็นสัญญา และสัญญาณเตือนที่เจอแล้วควรถอย เพื่อให้คุณไม่เสียเงินฟรี
ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์คืออะไร ต่างจากเอเจนซี่ยังไง
ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ คือคนที่มาช่วยวางแผน บอกว่าต้องแก้ตรงไหน แล้วสอนทีมคุณให้ทำเองเป็น ค่าจ้างในไทยส่วนใหญ่อยู่ราว 10,000 ถึง 50,000 บาทต่อเดือน ส่วนเอเจนซี่คือคนที่ลงมือทำแทนคุณ ตั้งแต่ยิงโฆษณาจนถึงรายงานผล
พูดง่าย ๆ ที่ปรึกษาขายความคิด เอเจนซี่ขายการลงมือทำ ถ้าคุณมีทีมการตลาดอยู่แล้ว จ้างที่ปรึกษามักคุ้ม แต่ถ้าไม่มีคนทำเลย เอเจนซี่จะเหมาะกว่า เพราะแผนดีแค่ไหน ถ้าไม่มีคนลงมือ ตัวเลขก็ไม่เกิด ดูราคาจ้างยิงแอดและค่าบริการเอเจนซี่ประกอบได้
เทียบ 3 รูปแบบ ก่อนตัดสินใจจ้าง
เงินก้อนเดียวกัน จ้างแต่ละแบบได้ของไม่เหมือนกัน
| รูปแบบ | ค่าใช้จ่ายต่อเดือน | ได้อะไร | เหมาะกับใคร | วิธีวัดผล |
| ที่ปรึกษาอิสระ | 15,000-50,000 บาท | แผน คำแนะนำ สอนทีม | ธุรกิจที่มีทีมลงมือทำอยู่แล้ว | คุณภาพแผน และตัวเลขที่ทีมทำได้ |
| เอเจนซี่ที่ให้คำปรึกษาด้วย | 10,000-30,000 บาท บวกค่าดูแลโฆษณา | ทั้งแผน คนทำ และรายงานผล | ธุรกิจที่ยังไม่มีทีมการตลาด | Lead ยอดขาย ROAS รายเดือน |
| จ้างพนักงานประจำ | 25,000-60,000 บาท บวกสวัสดิการ | คนทำงานเต็มเวลา 1 คน | ธุรกิจที่มีงานการตลาดทุกวัน | KPI รายคน ประเมินรายไตรมาส |
ถ้าเป้าหมายหลักคือโฆษณา Google อ่านเกณฑ์เลือกเอเจนซี่ Google Ads ในกรุงเทพต่อได้

เช็คลิสต์ 8 ข้อก่อนจ้างที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์
ถาม 8 ข้อนี้ตั้งแต่นัดแรก ช่วยกรองคนที่ไม่ใช่ออกได้เร็ว
1. มีเคสธุรกิจใกล้เคียงคุณไหม
ธุรกิจ B2B กับร้านค้าออนไลน์ทำคนละแบบ ขอดูเคสที่ใกล้ธุรกิจคุณสัก 1-2 ราย ถ้าคุณทำ B2B ลองเทียบสิ่งที่เขาเสนอกับกลยุทธ์หา Lead สำหรับธุรกิจ B2Bว่าไปทางเดียวกันไหม
2. วัดผลเป็นตัวเลขอะไร
คำตอบต้องเป็นตัวเลขธุรกิจ เช่น จำนวน Lead ต้นทุนต่อ Lead หรือยอดขาย ไม่ใช่แค่ยอดไลก์กับยอดเข้าถึง คนที่อธิบายวิธีคุมงบแคมเปญ Performance Maxได้ คือคนที่ลงลึกจริง
3. ใครเป็นเจ้าของบัญชีโฆษณาและข้อมูล
บัญชีโฆษณา เว็บไซต์ และข้อมูลลูกค้า ต้องเป็นชื่อธุรกิจคุณเสมอ ถ้าเลิกจ้างแล้วทุกอย่างหายไปกับผู้ให้บริการ เท่ากับคุณต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
4. แผนเห็นผลในกี่เดือน
ขอ Timeline ชัด ๆ ว่าเดือนแรกทำอะไร เดือนที่ 3 ตัวเลขไหนควรขยับ งานโฆษณาส่วนใหญ่เห็นแนวโน้มใน 1-3 เดือน ถ้าเป็น B2B รอบตัดสินใจยาวกว่านั้น ดูกรอบตั้งงบ Google Ads สำหรับธุรกิจ B2Bเทียบได้
5. คิดค่าบริการแบบไหน
ถามให้ชัดว่าคิดรายเดือน รายชั่วโมง หรือเป็นเปอร์เซ็นต์ของงบโฆษณา และมีค่าใช้จ่ายแฝงไหม เช่น ค่าทำ Landing Page ค่าเครื่องมือ รู้ราคาตั้งแต่แรก งบจะไม่บานปลาย
6. ได้คุยกับคนทำงานจริงไหม
หลายที่ส่งคนมาปิดสัญญา แล้วโยนงานให้อีกคนดูแลต่อ ถามชื่อคนที่จะดูแลบัญชีคุณ และช่องทางที่คุยกับเขาได้ แนวเดียวกับตอนเลือกเอเจนซี่ Facebook Ads
7. มีรายงานสม่ำเสมอไหม
รายงานควรมาอย่างน้อยเดือนละครั้ง และอ่านรู้เรื่อง บอกว่าเงินไปอยู่ตรงไหน ได้อะไรกลับมา เดือนหน้าจะปรับอะไร ไม่ใช่ไฟล์ตัวเลขดิบให้คุณแปลเอง
8. เลิกสัญญาได้ง่ายแค่ไหน
อ่านสัญญาก่อนเซ็นทุกครั้ง สัญญาที่เป็นธรรมมักแจ้งล่วงหน้า 30 วันแล้วเลิกได้ พร้อมคืนบัญชีและข้อมูลให้ครบ ถ้าผูกยาวเป็นปีแบบไม่มีทางออก คิดหนัก ๆ
สัญญาณเตือนที่เจอแล้วควรถอย
เจอข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ชะลอไว้ก่อน
- รับปากผลลัพธ์เกินจริง ทั้งที่ยังไม่เห็นข้อมูลธุรกิจคุณ
- ไม่ยอมโชว์เคสหรือผลงานเก่า อ้างว่าเป็นความลับ
- ล็อกสัญญายาวเป็นปี ไม่มีทางเลิก หรือค่าปรับสูงผิดปกติ
- ไม่ให้คุณเข้าดูบัญชีโฆษณาของตัวเอง เห็นแต่รายงานสรุป
- ตอบทุกอย่างด้วยศัพท์เทคนิค แต่เลี่ยงคำถามเรื่องยอดขาย
ตัวอย่างธุรกิจที่ได้ทั้งคำปรึกษาและคนลงมือทำ
นี่คือผลจากลูกค้าที่เราให้คำปรึกษาพร้อมลงมือทำให้
- THRev ซอฟต์แวร์โรงแรมสาย B2B ยอดปิดการขายโตกว่า 100% ใน 8 เดือน อ่านเพิ่มเติมเคส THRev
- Scholar Accounting สำนักงานบัญชีที่มีลูกค้าเป็นโรงแรม ได้ยอดจองกว่า 30 Booking ใน 10 วันแรกของแคมเปญ อ่านเพิ่มเติมเคส Scholar Accounting
- Be Builder ธุรกิจพื้นอุตสาหกรรม คนที่โทรและทักไลน์เข้ามาสอบถามตรงกลุ่มขึ้น ผลตอบแทนจากค่าโฆษณา (ROAS) อยู่ที่ 20-30 เท่า อ่านเพิ่มเติมเคส Be Builder
ทั้ง 3 ราย เริ่มจากนั่งคุยวางแผน แล้วมีคนลงมือทำต่อจนจบ ไม่ได้จบแค่สไลด์
ปรึกษาฟรี 45 นาที ก่อนตัดสินใจจ้างใคร
MSK Media เปิดมา 5 ปี ดูแลธุรกิจมากกว่า 100 ราย แบบให้คำปรึกษาพร้อมลงมือทำ วัดผลเป็น Lead กับยอดขาย คนที่นั่งคุยกับคุณในนัดแรก คือคนที่ทำโฆษณาเอง และเป็นคนดูแลบัญชีคุณหลังเริ่มงาน คุณเล่าเป้าหมายมา เราช่วยดูว่างบเท่านี้ควรเริ่มตรงไหน ส่วนการปิดการขายยังเป็นของทีมขายคุณเหมือนเดิม นัดคุยฟรี 45 นาที ไม่มีข้อผูกมัด
คำถามที่พบบ่อย
ส่วนใหญ่เริ่มราว 10,000 ถึง 15,000 บาทต่อเดือน แล้วขยับขึ้นตามงาน บางรายคิดรายชั่วโมงราว 1,500 ถึง 5,000 บาท ก่อนตกลงขอใบเสนอราคาที่บอกขอบเขตงานชัด ๆ
ถ้างบการตลาดยังไม่ถึงหลักหมื่นต่อเดือน จ้างเอเจนซี่ที่ให้คำปรึกษาพร้อมลงมือทำมักคุ้มกว่า เพราะจ่ายก้อนเดียวได้ทั้งแผนและคนทำ ที่ปรึกษาแยกจะเหมาะเมื่อคุณมีทีมของตัวเองแล้ว
ควรมีอย่างน้อย 1 คนที่รับแผนไปทำต่อ เพราะที่ปรึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้ลงมือทำแคมเปญให้ ถ้ายังไม่มีคนเลย เลือกคนที่ลงมือทำให้ด้วย จะเห็นตัวเลขเร็วกว่า
ได้ ถ้าสัญญาเปิดช่องไว้ ก่อนเปลี่ยนให้ขอคืนสิทธิ์เข้าบัญชีโฆษณา รายงานผล และรหัสเครื่องมือทุกตัว รายใหม่จะได้ทำงานต่อได้เลย
ช่วยได้ทั้งโครงเว็บไซต์ SEO ระบบวัดผล Conversion และเส้นทางลูกค้าจนถึงปิดการขาย ขอบเขตขึ้นกับความถนัดของแต่ละคน ถามตั้งแต่นัดแรกว่าเก่งด้านไหน


